Bird in the tree

นกบนกิ่งโมก
....

ยามบ่ายในฤดูฝนอบอ้าวนัก ฉันตัดสินใจอาบน้ำอีกรอบ แล้วนอนหลับประชดชีวิตเสียให้เข็ด
...
การนอนนอกจากจะเป็นการพักผ่อนดีที่สุดแล้ว มันยังเป็นการ ‘หนี’ ทุกอย่างได้ดีที่สุด...ง่ายที่สุด
...
ไม่ว่าจะ ‘หนีร้อน’ หรือ ‘หนีโลก’
...
หงุดหงิด ไม่สบายใจอะไรมาจากไหนก็ตาม หากได้หลับเต็มตาสักตื่น ชีวิตจะดีขึ้นมาก
...
ดังนั้นเอง ตอนที่โทรศัพท์กรีดเสียงปลุก ฉันจึงโกรธ และโกรธมาก ไม่โกรธได้อย่างไร ในเมื่อปลายสายส่งเสียงมาว่า “ฮัลโหล นกเป็นอย่างไรบ้าง”
....
นกเป็นอย่างไรบ้าง
นกเป็นอย่างไรบ้าง
นกเป็นอย่างไรบ้าง
...
โทรมาถามสารทุกข์สุขดิบของนกในรังหน้าบ้านเนี่ยนะ!
...
ฉันไม่ใช่คนน่ารักแสนดี ในขณะที่ญาติสนิทมิตรสหายของฉันบางคน สามารถอดทนฟังเรื่องบ้าๆ บอๆ ของคนอื่นได้เป็นชั่วโมงๆ ก่อนที่จะมาบ่นให้ฟังทีหลังว่าเบื่อ
...
แต่ฉันนั้น ไม่เคยมีความอดทนมากพอ ในการพูดคุยตอแหลงี่เง่าน่าเบื่อ ฉันทำวงแตกมาแล้วนับไม่ถ้วน ซึ่งไม่ได้ภูมิใจสักนิด

ฉันก็เป็นมนุษย์มนาสามัญชน เป็นคนที่อยากได้ความนิยมชมชื่นจากผู้คนทั่วไปนั่นแหละ
แต่ทุกครั้งที่นึกขึ้นมาได้ว่า ถ้าเป็นที่นิยมชมชื่นในหมู่ผู้คนสุดแสนจะตอแหลงี่เง่าน่าเบื่อแล้วล่ะก็ ....ฉันขอตายดีกว่า

เมื่อเป็นเช่นนี้ คงไม่ต้องบอกว่าฉันเกลียดการตื่นกะทันหันเพื่อมารับโทรศัพท์เป็นอย่างมาก
เพื่อนๆ มักจะมองว่าฉันเพี้ยนขนาดหนัก เวลาที่ฉันปล่อยให้โทรศัพท์ดังไปเรื่อยๆ เหมือนไม่ได้ยินเสียงอะไร ในขณะที่ฉันเองก็รู้สึกตลกกับเพื่อนและใครๆ ที่ต้องผวาเข้าไปรับโทรศัพท์ทุกครั้งที่มันกรีดเสียง ราวกับว่าตกอยู่ในอำนาจของมันอย่างโงหัวไม่ขึ้น...ฉะนั้น

น ก เ ป็ นอ ย่ า ง ไ ร บ้ า ง
น ก เ ป็ นอ ย่ า ง ไ ร บ้ า ง
น ก เ ป็ น อ ย่ า ง ไ ร บ้ า ง



นกน่ะหรือ ...มันอาจจะรู้ว่านอนเต็มอิ่มแล้วก็ได้นะ จึงถือโทรศัพท์ค้างไว้ แทนที่จะรีบวางลงไปอย่างที่เคยปฏิบัติเสมอมา บางที ฉันควรจะรู้จักอดทนกับอะไรๆ กับเขาบ้าง

บางที ...มันอาจจะไม่ไร้สาระก็ได้นะ โดยเฉพาะกับคนนิสัยแปลกๆ คนนี้
...
บางที ถ้าฉันมีความอดทนมากพอ
เราอาจจะมีตำนานส่วนตัวร่วมกัน
เอาไว้เล่าขานบ้างก็ได้...

ความจริงแล้วด้วยเงื่อนไขปัจจัยหลายข้อ อย่างฉันก็ไม่สมควรจะ ‘หยิ่ง’ กับพวกหนุ่มๆ ให้มากนักยิ่งตอนนี้ ประชากรเพศหญิงมีมากกว่าเพศชายหลายเท่า ผู้ชายดีๆ ก็ยิ่งหายากเป็นเท่าตัว จะหยิ่งไปทำไมมี :)
...
ด้วยเหตุนี้ เพื่อนพ้องคนใกล้ชิดมักให้เครดิตพวกหนุ่ม ‘เดนตาย’ (หรืออาจจะแปลว่า 'ตาถึง':) ที่หาญกล้าเข้ามาทำท่าเอาใจใส่มนุษย์ต่างดาวอย่างฉันพอสมควร

อย่างรายนี้ ฉันเองก็รู้สึกดีๆ กับเขามากเหมือนกัน ฉันชอบเวลาที่เราคุยกันเรื่องโน้นเรื่องนี้ที่ไม่เกี่ยวกับตัวเรา ความฉลาดเฉลียวรอบรู้ของเขาทำให้รู้สึกว่าสติปัญญามันขยับขยายดี เสียแต่ว่า รายละเอียดการใช้ชีวิตประจำวันของเราไม่ค่อยสอดคล้องกันเท่านั้น

เป็นต้นว่า ฉันชอบทำงานเป็นชีวิตจิตใจ แต่เขาค่อยข้างเอ้อระเหยลอยชาย ทำงานประจำอยู่ดีๆ ก็ลาออกมาอยู่เฉยๆ เสียดื้อๆ ด้วยเหตุผลที่ยากแก่การเข้าใจ

หรือเป็นต้นว่า ฉันชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ จะหนังเก่าหนังใหม่ หนังงี่เง่าไร้สาระแค่ไหนดูได้หมด ในขณะที่เขาไม่สนใจเลยสักนิด

“ดูหนังเยอะๆ นี่ดีนะ มันทำให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น”
ฉันเคยพยายามโน้มน้าว

“เข้าใจว่าไง นี่ไม่ได้กวนนะ” เขามองมาตาใส

“ก็....เข้าใจรายละเอียดเรื่องความคิด หรืออารมณ์ความรู้สึกหลายๆ อย่าง เพราะหนังมันก็เหมือนสาธิตเรื่องชีวิตมาให้เราดูนั่นแหละ”

“ดูหนังเพื่อจะได้เข้าใจชีวิตมากขึ้นน่ะหรือ โห ต้องดูกี่เรื่องล่ะเนี่ย ถึงจะเข้าใจความจริงของชีวิตได้ทั้งหมด”
“ไม่ต้องเข้าใจทั้งหมดก็ได้นี่นา”

“ผมไม่เข้าใจ ทำไมจึงไม่ต้องการเข้าใจความจริงของชีวิตทั้งหมด ผมไม่เข้าใจว่า ค่อยๆ ทำความเข้าใจความจริงของชีวิตด้วยการปะติดปะต่อเอาจากเรื่องราวในหนังเนี่ยนะ”

“คุณไม่เข้าใจ”

“ ผมอยากเข้าใจนะ จริงๆ นะ ไม่ได้กวน”

“ฉันไม่เข้าใจ ว่าทำไมคุณจึงไม่เข้าใจ”

“ผมเข้าใจ”
“เข้าใจอะไร”

“เข้าใจคุณไง”

“เข้าใจว่าไง”

“ก็… เข้าใจว่าคุณชอบดูหนัง”

“แต่ฉันไม่เข้าใจ ว่าทำไมคุณจึงไม่ชอบดูหนัง ในเมื่อคนทั้งโลกเขาก็ชอบดูหนังกันทั้งนั้น”

“ไม่เป็นไร”

“อะไร”

“ก็ …ถึงไม่เข้าใจ ว่าทำไมผมไม่ชอบดูหนัง ก็ไม่เป็นไรหรอก ผมเข้าใจ”

“เข้าใจอะไร”

...........
ด้วยอะไรประมาณนี้ ฉันจึงตั้งใจว่าจะไม่สานต่อความสัมพันธ์ของเราให้มากกว่านี้ เป็นเพื่อนกัน คุยกันไป เถียงกันไปเรื่อยๆ อย่างนี้ก็สนุกดี
...
แต่บางครั้งบางที ความเพี้ยนๆ ของเขา (เอ๊! หรือของฉัน) เวลาที่เราคุยกัน มันก็ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจผิดปกติไปบ้างเหมือนกัน

ฉันควรเล่าเรื่องต้นโมกให้ฟังก่อน
...
โมกเป็นไม้ไทยกลิ่นหอมที่ฉันรักมากอีกชนิดหนึ่ง ฉันตั้งใจหามาปลูกตั้งแต่ยังไม่มีบ้าน โมกเป็นดอกไม้เล็กๆ สีขาว เวลาดอกติดอยู่ที่กิ่งก้าน มันจะดูเหมือนต่างหูผู้หญิง ดูสวยสะอาดน่ารักและหอมมากด้วย

หน้าบ้านฉันมีต้นโมกอยู่ต้นหนึ่ง ฉันปลูกในกระถางมา 2 ปี ตอนนี้ต้นสูงประๆ ระเบียงบ้านชั้นสอง ออกดอกหอมฟุ้งทั้งปี ปกติจะมีเก้าอี้ไม้ผุๆ วางใต้ต้นตัวหนึ่ง เอาไว้นั่งผูกเชือกรองเท้า
...
บางทีเช้าๆ เย็นๆ ก็ชอบมานั่งซุ่มอ่านหนังสือพิมพ์ตรงนี้
...
ช่วงนี้ตอนนี้ ยิ่งอยากนั่งทั้งวัน
เพราะบนกิ่งโมกยามนี้ มีนกไม่ทราบชื่อมาทำรังเล็กๆ อยู่รังหนึ่ง

นกไม่ทราบชื่อนี้ตัวโตกว่านกกระจอกสักเท่าตัว แต่รังมันกลับเล็กกว่าตัวสักสองเท่า เห็นตัวกับเห็นรังมันครั้งแรกแล้วขำ เพราะมันทำให้เข้าใจได้ทันทีว่าสำนวน “นกน้อยทำรังแต่พอตัว” เป็นมาอย่างไร

รังนกไม่ทราบชื่อนี้เล็กมาก บางวันนั่งดูทีวีอยู่ในบ้าน มองออกมาก็จะเห็นนกอยู่ในรังโดยมีหัวโผล่ออกมานอกรังประมาณ 2 ใน 3 ส่วน เรามองสบตากันแป๋วแหวว ทำฉันยิ้มได้ทุกที
...
“สบตานก” เนี่ยนะ
เราสบตากันจริงๆ นะ
ฉันไม่เคยรู้สึกใกล้ชิดกับนกขนาดนี้มาก่อน
...
กิ่งโมกที่นกครอบครัวนี้เลือกทำรัง เป็นกิ่งที่โค้งลงมาต่ำที่สุด ต่ำขนาดว่าถ้าแขกตัวสูงเกิน 160 เซนติเมตรมาที่บ้าน จะต้องก้ม แล้วลอดกิ่งไม้นี้เข้าบ้านทุกคน
...
คนในบ้านเราก็อยากรู้กันมาก ว่านกมันคิดอะไร
จึงเลือกสร้างรังบนกิ่งนี้
..
เพราะมันเป็นนกที่ไม่ค่อยรอบคอบหรืออย่างไร
เป็นนกสร้างรังมือใหม่
หรือบางที มันอาจจะเป็นนกที่มองโลกในแง่ดี
มีความเชื่อมั่นในตัวมนุษย์เราอย่างมากก็ได้
..
เพื่อนพ้องญาติมิตรที่มาเยี่ยมเยือน มักสุมหัวนินทาเรื่องรังที่เล็กเกินเหตุของมันอยู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่ง พวกเราจึงได้รู้ว่า ขนาดรังมันเล็กกระจิ๋วหลิวขนาดนี้ มันไม่ได้อาศัยอยู่เพียงตัวเดียวอย่างที่เข้าใจแต่แรกด้วยนะ เพราะนอกจากตัวมันเองแล้ว ยังมีแม่นกและลูกตัวเล็กๆ อยู่ด้วยอีกตั้งสามชีวิต

เคยปีนดูรังมันครั้งหนึ่ง ได้เห็นตั้งแต่แรกว่าตอนนั้นมันกกไข่อยู่ 2 ใบ จนวันหนึ่งได้ยินเสียงจุ๊บจิ๊บในรัง เลยหาบันไดมาปีนดูอีกครั้ง จึงได้เห็นลูกนกตัวแดงๆ ในรังเป็นครั้งแรกในชีวิต ความรู้สึกในช่วงเวลานาทีนั้นยากจะบรรยาย นี่คือหนึ่งในความมหัศจรรย์ของชีวิตสินะ

ย้ำอีกครั้งว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงน่ารัก นอกจากนี้ฉันยังไม่ใช่นักเมตตาสัตว์ โดยเฉพาะยุงกับมดนี้เกลียดมากเป็นที่สุด เห็นเมื่อไหร่เป็นต้องตบ ต้องฆ่า เพิ่งมาช่วงหลังนี้เองที่รู้สึกว่าอยากทำบาปให้น้อยลงหน่อย จึงหัด ‘ปัด’ แทนการ ‘ฆ่า’ กับเขาบ้าง

ในชีวิตฉันจึงแทบไม่เคยเลี้ยงอะไรแม้แต่หมา จึงแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ลูกนกในรังทำให้ฉันรู้สึกวูบวาบหวั่นไหวได้ หรือว่าลึกๆ แล้วฉันเองก็มีใจชอบนกอยู่บ้างเหมือนกัน

“ไม่เข้าใจ ไปดูนกกัน ดูทำไม” ฉันเคยถามเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง รายนี้เป็นนักนิยมธรรมชาติและแสวงหาความสำราญด้วยวิธีการเช่นนี้มานาน ช่วงหลังเห็นเขาฝึกวาดภาพด้วย ดูเป็นกิจกรรมที่รื่นรมย์ดีทีเดียว

“จริงๆ แล้วเราก็ดูทุกอย่างละพี่ เราตั้งใจไปดูนก แต่บางทีไปแล้วไม่เจอ เราก็ดูอย่างอื่น เวลาไปอย่างนั้นแล้ว มันต้องมีอะไรให้เราดูสักอย่างล่ะพี่ ไม่ต้องกลัว” เขาว่างั้น

ตอนนั้นฉันยังบอกเขาไปว่า ถ้าหาความสำราญจากการ ‘ดู’ ละก็ สงสัยฉันจะชอบ ‘ดูหนัง’ มากกว่า ‘ดูนก’ แน่ๆ เพราะอย่างน้อย ‘โปรแกรมหนัง’ ก็ช่วยฉันวางแผนการ ‘ดู’ ได้แน่นอนกว่า มั่นใจกว่า

แต่พี่คนหนึ่งเคยให้เหตุผลเรื่อง ‘ไม่ชอบดูนก’ ไว้น่าสนใจ เพราะพี่คนนี้บอกว่า “มึงคิดดู ถ้ามึงอยู่บ้านมึงดีๆ มึงกิน มึงนอน มึงเข้าห้องน้ำอยู่ในบ้านมึง แล้วจู่ๆ มีคนคอยเอากล้องมาส่องดูมึงตลอดเวลา มึงจะรู้สึกไง เวลาพวกมึงไปส่องกล้องดูนกตามป่าเขา กูว่านกมันคงรู้สึกเหมือนมึงนั่นแหละ”




การสร้างรังคงมีความหมายกับชีวิตนกมากพอสมควร รังเล็กๆ บนกิ่งโมกหน้าบ้าน จึงทำให้ฉันใส่ใจได้มากเป็นพิเศษ ตอนนี้ชักไม่ค่อยแปลกใจแล้วว่า ทำไมการดูนกจึงเป็นที่นิยมกันนัก

ฉันกับเพื่อนๆ เคยคุยกันเรื่องผู้ชายที่น่าสนใจ ตอนนั้น พวกเราเคยเห็นพ้องต้องกันตลกๆ ว่า ‘ผู้ชายที่น่าสนใจ’ สมัยนี้ สงสัยจะเป็นผู้ชายที่ซื้อบ้านก่อนซื้อรถ และถ้าซื้อรถราคาถูก แต่ลงทุนซื้อบ้านแพงๆ นั่นยิ่งน่าสนใจ เพราะผู้ชายหลายคนยุคนี้ มักชอบซื้อรถโก้ๆ ไว้ขับอวดหญิงกันทั้งนั้น

นั่นเป็นหลักการเบื้องต้นในการพิจารณา ‘ผู้ชายดีๆ’ ในความคิดของผู้หญิงอย่างฉันและผองเพื่อนในสมัยวัยละอ่อน

แต่เมื่อไม่นานมานี้ ฉันดูสารคดีชุด The Life of Birds ของ ท่านเซอร์เดวิด แอทเทนโบโรห์ แล้วตกใจมาก เมื่อพบเรื่องราวชีวิตของนกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ‘วีเออร์’

บนต้นไม้สูงในอาฟริกา ผู้คนจะได้เห็นนกวีเออร์ตัวผู้หัวสีแดงขะมักเขม้นสร้างรังอย่างตั้งใจ โดยมีนกวีเออร์ตัวเมียหัวสีเหลืองคอยเฝ้าดูอยู่ห่างๆ

บ้านที่แข็งแรงปลอดภัย ยังเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจนกวีเออร์ตัวเมียได้เสมอ เซอร์เดวิด แอทเทนโบโรห์ นำเสนอบทบรรยายตอนนี้ได้หวานไพเราะมาก เขาบอกว่า “การสร้างบ้านของนกตัวผู้เปรียบประหนึ่งเป็นคำมั่นสัญญา แต่อาจเร็วเกินไปที่จะเอ่ยปาก”

นกวีเออร์ตัวผู้จะทุ่มเทชีวิตจิตใจในการสร้างรังอย่างสุดฝีมือ พวกมันจะเลือกเศษหญ้าสดใหม่ที่เหนียวและแข็งแรงที่สุดมาทำรัง
...
เมื่อนกตัวผู้สร้างรังเสร็จ มันจะถอยออกไปเกาะกิ่งไม้เฝ้าดูอยู่ห่างๆ ปล่อยให้นกตัวเมียเข้าไปตรวจงาน และถ้าเธอชอบบ้านของเขา เธอจะบินไปคาบใบไม้อ่อนนุ่มเข้ามาบุและตกแต่งภายในรังด้วยตัวเธอเอง เพื่อให้รังนี้ ‘พร้อม’ สำหรับชีวิตใหม่ของนกตัวเล็กๆ ที่จะเกิดมาหลังจากนั้น

นกบางชนิด มีเหตุผลในการสร้างรังและเลือกคู่ของมันซับซ้อนสูงส่งกว่านั้น เซอร์เดวิด แอทเทนโบโรห์ พาผู้ชมสารคดีของเขาบุกไปยังป่าทึบบนเกาะทางเหนือของออสเตรเลีย ไปดูนกอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งตัวผู้จะสร้างรังใหญ่โตมาก ขนาดว่าคนสามาถเข้าไปนอนในรังมันได้สบาย

เมื่อสร้างรังเสร็จ นกตัวผู้เหล่านี้จะบินไปคาบสิ่งสวยๆ งามๆ จากภายนอกมาสะสมไว้ในรัง แยกประเภท แยกกองสวยงาม จนท่านเซอร์ออกปากว่า “นี่ไม่ใช่แค่รังนก นี่ไม่ใช่แค่บ้าน ไม่ใช่แค่โรงเลี้ยงเด็ก แต่นี่คือแกลเลอรี่”

เมื่อตัวเมียแวะเวียนมาเยี่ยมชมแกลเลอรี่เหล่านี้ มันก็คือพิธีกรรมการ ‘เลือกคู่’ นั่นเอง
...
แกลเลอรี่ที่จะเอาชนะใจพวกเธอได้ คือแกลเลอรี่ที่สวยงามที่สุด
พวกเธอจะยอมเป็นคู่ของนกตัวผู้ที่มีแกลเลอรี่สวยงามสุดเท่านั้น

ท่านเซอร์เองก็ยกย่องนกตัวเมียเหล่านี้มาก เขาบอกว่า “ในดินแดนแห่งความสงบสุข มีอาหารการกินสมบูรณ์ มีชีวิตที่เรียบง่าย พวกเธอจึงไม่ได้เลือกเขาเป็นคู่เพียงเพราะเขาสร้างรังเก่ง แต่เธอเลือกเขาเป็นคู่เพราะเขาเป็นศิลปิน”
...
นกตัวเมียเหล่านี้ไม่ได้สยบยอมจำนนต่อเหตุผลพื้นๆ เช่น ความจำเป็นในเรื่องอาหาร ที่อยู่ หรือเครื่องอำนวยความสะดวกของชีวิตเท่านั้นเท่านั้น

แต่พวกเธอสยบยอมจำนนต่อ “ความงาม” ต่างหาก




ณ ยามนี้...รังนกบนต้นโมกหน้าบ้าน ทำให้ฉันนึกถึงพวกนกตัวเมียที่มีรสนิยมพิเลิศพิไลเหล่านั้นขึ้นมาจับใจ
“นกเป็นอย่างไรบ้าง” คนจากปลายสายโทรศัพท์ถามย้ำมา
...
เสียงฟ้าร้องครืนครืนอยู่ไกลๆ ลมแรงกรรโชกมา เสียงลูกนกร้องจิ๊บจิ๊บดังขึ้นทุกครั้งที่กิ่งโมกส่ายไหว ดูท่าว่าฝนคงจะตกลงมาในไม่ช้า ฉันมองออกไปยังกิ่งโมกที่ไหวยวบยาบแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้
...
ฉันไม่รู้ว่า นกครอบครัวนี้อยู่กันมาได้อย่างไร แต่ถ้าฝนตกขึ้นมากตอนนี้ ฉันรู้สึกว่าพวกมันคงลำบากกันไม่น้อย
...
“เหมือนฝนจะตกนะ” ฉันปรารภ “ไม่รู้นกมันจะอยู่กันยังไง รังมันเล็กจังเลย สงสัยถ้าฝนตกมา น้ำจากชายคาไหลลงมาแรงๆ อาจจะพัดรังร่วงมาได้เลยนะนั่น”
...
“ไม่หรอกมั้ง” ฝ่ายนั้นพูดมาเรื่อยๆ “กิ่งไม้มันยื่นเข้ามาในบ้านนี่นา เผลอๆ อาจจะไม่เปียกฝนเลยก็ได้ นกมันอาจจะฉลาดกว่าที่เราคิดนะ”
...
ฉันลากโทรศัพท์ออกไปยืนคุยใต้ต้นโมก พิจารณาที่ตั้งรัง-เออ จริงของเขาเหมือนกัน โมกกิ่งนี้ยื่นเข้ามาในตัวบ้านมากพอสมควร ที่สำคัญ ระเบียงชั้นสองยังยื่นออกไปกันฝนให้รังได้อีกมาก

“ถึงไม่เปียกฝน รังมันยังเล็กเกินไปอยู่ดีแหละ” ฉันว่า

“งั้นก็ซื้อบ้านนกมาให้มันอยู่สิ” เขาว่า

“เออนะ” ฉันหลับตานึกถึงบ้านนกหลังเล็กๆ ทำด้วยไม้ทาสีสวย ถ้าซื้อมาติดไว้ตรงเสาบ้านใกล้ต้นโมก คงเข้าท่าดี ที่สำคัญ มีนกจริงๆ มาอาศัยอยู่ด้วยสิ ...จะมีอะไรน่ารักไปกว่านี้อีกไหม

อย่างไรก็ตาม ตามวิสัยคิดมาก ฉันยังอดวิตกจริตไม่ได้ว่า “ซื้อบ้านนกมาให้แล้ว ไม่รู้ว่านกมันจะยอมเข้าไปอยู่หรือเปล่า ถ้ามันใช้ไม่เป็น ไม่รู้จัก แล้วเราจะทำไง”

“ไม่เห็นจะยากอะไร” คนปลายสายหัวเราะมาเบาๆ “ก็เอาหนังสือคู่มือใช้งานใส่ไว้ในบ้านให้มันสักเล่มก็สิ้นเรื่อง”

ฉันหัวเราะออกมาได้เป็นครั้งแรกสำหรับวันนี้

ฟ้าร้องอีกสองครืน ก่อนเม็ดฝนจะพรูสาย
...
ยามบ่ายที่เคยร้อนอบอ้าวดูคลี่คลายมาเป็นเย็นรื่นโปร่งสบายชื่นใจ สายลมสายฝนพัดกิ่งโมกส่ายไหว ครอบครัวนกส่งเสียงร้องจุ๊บจิ๊บ
...
ฉันคุยโทรศัพท์ในหัวข้อที่แสนจะงี่เง่าไร้สาระอย่างเพลิดเพลินเรื่อยเปื่อย คุยพลางแหงนดูรังนกพลางจนลืมเปียกไปเลย

ให้ตายเถอะ! รังนกไม่เปียกฝนจริงๆ ด้วย!

มนุษย์ผู้หนึ่งที่เคยมีโอกาสมาเห็นรังมันเพียงครั้งเดียว-รู้ได้ขนาดนี้เชียวหรือ

นกบางชนิดสยบยอมจำนนให้กับสิ่งที่เรียกว่า ‘ความงาม’ ใช่-มันน่าทึ่ง น่าประทับใจ แต่บางสิ่งที่ฉันกำลังคิดสยบยอมพร้อมจำนนในยามนี้ล่ะ

ฉันควรจะเรียกชื่อมันว่าอะไรดีหนอ…






นกบนกิ่งโมก
ตีพิมพ์ครั้งแรกใน คอลัมน์ Lighthearted นิตยสาร Image กรกฎาคม 2543






...

...คนอ่าน

30 comments:

ชรันจ์ กล่าวว่า...

จำได้ว่าเคยอ่านเรื่องนี้มาเนิ่นนานมาแล้ว
ชอบจัง
เข้ากับบรรยากาศฝนตกในช่วงนี้มากมาย
นกคงหนาวๆเย็นๆ

ทุกเช้ามืดที่ห้องผมจะได้ยินเสียงนกร้องทุกเช้า
ไม่รู้นกอะไร ไม่เคยหันไปมองสักหน

พรุ่งนี้เช้ามืดว่าจะขยับตัวตื่นไปมองหาต้นตอเสียง
ของทุกเช้า...

Honey กล่าวว่า...

ช่วงนี้เชียงใหม่เริ่มหนาวแล้วค่ะ
ลมพัดทีนึงนี่เย็นยะเยือก ขนลุกไปตามๆกัน =_+

แต่ช่วงนี้ก็เหมาะกับการดูนกนะคะ
เพราะเริ่มมีนกอพยพเข้ามามาก

ชอบดูนกมากเลยค่ะ แต่พอมาอ่านเรื่องนี้แล้วเพิ่งนึกได้...
เอากล้องไปส่องดูนกมาตั้งหลายปี

...นั่นสินะ นกมันจะรำคาญรึเปล่าหว่า??

am^^ กล่าวว่า...

สวัสดีค่ะพี่’ปราย หนูไม่ได้ตอบเมนท์เลย
แต่ยังเข้ามาอ่านเรื่อยๆ
เรื่องนี้นานแล้วเหรอคะเนี่ย ไม่น่าเชื่อ
เรื่องนอน เรื่องนก นี่น่ารักดีนะคะ
แต่เหมือนว่าเรื่องคนจะแอบน่ารักกว่า :)
หนูเองมีปัญหากับการรับโทรศัพท์มาสักพัก
บางวันหนูจะปิดเสียงไว้ แล้วพอว่างค่อยหยิบขึ้นมาดูว่ามีใครโทรมาบ้าง
กับบางคนก็จะโทรกลับ
บางคนก็ปล่อยไป ถ้ามีธุระด่วนจริง เขาคงโทรกลับมาอีก
หนักๆ คือ ไม่อยากพกโทรศัพท์ แล้วก็คิดว่าเราจะทำได้ไหมนะ
จะอยู่ได้ไหมนะ
คำตอบมันมีอยู่แล้ว
แค่วันนี้ หาที่ชาร์จแบตไม่เจอยังกระวนกระวายเลยค่ะ
^^

เอกเอง กล่าวว่า...

อ่านแรกๆ นึกว่าพี่แจ๋วกำลังด่าผมอยู่ เอิ๊ก...

แต่หลังๆ ไม่ใช่ละ เพราะเราออกจะเป็นคนชอบดูหนัง

เลยเอาหนังมาให้พี่แจ๋วเลือกดูว่าสนใจเรื่องไหน

ถ้ามันเข้าโรงแถวสยามประเทศ แล้วมีโอกาสไปดูรอบพี่เมีย จะให้สาละวนหาตั๋วไปนั่งดูด้วยกันมั่ง

http://www.apple.com/trailers/weinstein/thereader/

http://www.apple.com/trailers/independent/sunshinecleaning/

http://www.apple.com/trailers/independent/christmasonmarstheflaminglips/

http://www.apple.com/trailers/independent/praythedevilbacktohell/

สี่เรื่องก่อนแล้วกันเนอะ

ภี นะ ครับ กล่าวว่า...

สวัสดีครับพี่แจ๋ว ผมแวะเข้ามาทักทาย ชอบปกหนังสือครับ สวยมาก รักษาสุขภาพนะครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ก๊อกๆๆๆ มะวานไปหาพี่ แต่ร้านปิด
เสียดายจังค่ะ

คิดถึงนะคะ

อืมมม ตั้งใจจะไปอุดหนุนหนังสือของพี่แต่ไหงเอามาขายน้อยจัง ได้ไปสามเล่มเอง

:)

ด.ญ.ปิยวรรณ

ฟ้า กล่าวว่า...

พี่ปรายค๊า...........

คิดถึงจังแวะเวียนมาอ่านบทความของพี่อีกแย้ว

มีโอกกาสได้ดูหนังหลาย ๆ ที่พี่เขียนลงหนังสือ

เช่น Captain Corelli's Mandolin

จำได้ว่าอ่านเจอเลยไปหามาดู เนื่องจากตัวเองเป็นคนชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ(ดูจนที่ร้านไม่มีให้ดูแย้ว..)

ชอบมากเลยค่ะ


ขอบคุณนะค่ะหนังสือพี่ปราย

ตัวอักษรทุกตัวของพี่


ทำให้วันเหงา ๆ ของฟ้ามีความหมาย

และทำให้เกิดความทรงจำที่อบอุ่นเยอะเลย


....แอบมีความหลังกะหนังสือหลายๆ เล่มของเพ่ปรายด้วยแหละคะ


รักพี่ปรายและทุกตัวอีกษรที่พี่เขียนค่ะ


ขอบคุนมากค๊าสำหรับเรื่องดี ๆ บทความซึ้ง


ที่ทามให้แอบอมยิ้มได้แม้ในวันที่ไม่เหลือใคร

ฟ้า กล่าวว่า...

พี่ปรายค๊า...........

คิดถึงจังแวะเวียนมาอ่านบทความของพี่อีกแย้ว

มีโอกกาสได้ดูหนังหลาย ๆ ที่พี่เขียนลงหนังสือ

เช่น Captain Corelli's Mandolin

จำได้ว่าอ่านเจอเลยไปหามาดู เนื่องจากตัวเองเป็นคนชอบดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ(ดูจนที่ร้านไม่มีให้ดูแย้ว..)

ชอบมากเลยค่ะ


ขอบคุณนะค่ะหนังสือพี่ปราย

ตัวอักษรทุกตัวของพี่


ทำให้วันเหงา ๆ ของฟ้ามีความหมาย

และทำให้เกิดความทรงจำที่อบอุ่นเยอะเลย


....แอบมีความหลังกะหนังสือหลายๆ เล่มของเพ่ปรายด้วยแหละคะ


รักพี่ปรายและทุกตัวอีกษรที่พี่เขียนค่ะ


ขอบคุนมากค๊าสำหรับเรื่องดี ๆ บทความซึ้ง


ที่ทามให้แอบอมยิ้มได้แม้ในวันที่ไม่เหลือใคร

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สวัสดีค่ะพี่ปราย...
น้องเป็นคนนึงที่ได้อ่านหนังสือหลายเล่มของพี่ปราย
love at first read เลยนะคะ ^^

ที่สำคัญคือ พี่สาวที่อยู่ห้องตรงข้ามกัน
เขาก็ชอบพี่ปรายเหมือนกัน
เราเลยสนิทกัน เพราะได้แลกเปลี่ยนความคิด
จากการอ่านหนังสือของพี่ปรายอยู่บ่อยๆ
มีหนังสือพี่ปรายอีก 8 เล่มที่ยังอ่านไม่จบ
พี่เขาเพิ่งเอามาให้ยืมค่ะ ^^

ขอบคุณสำหรับหนังสือดีๆนะคะ
ขอให้พี่ปรายมีความสุขมากๆค่ะ

ปล.เล่มล่าสุดสูงต่ำล้วนผ่านตา ก็อ่านจบแล้วค่ะ ^^

ปลายแป้ง กล่าวว่า...

นานๆที หันมาสนใจธรรมชาติบ้าง
ก็ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาไม่น้อยเลย

อากาศเย็นลงมากแล้ว
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
^^

บอสส กล่าวว่า...

...เพิ่งรู้ว่าพี่ชอบฟังเพลง ร็อค 55+
วงโปรดนี่แนว grunge ซะด้วยว้าวว
nirvana suede blur oasis ตัวพ่อทั้งน้าน ครบเรย 555

ตอนแรกอ่านหนังสือพี่ก้อยังว่าจิงรึ พออ่านหลายเล่มเข้า ท่าจาจริงแฮะ ขอแซวนิดนะพี่หน้าตาไม่บ่งบอกเรย ฮิฮิ อย่างว่าแหละพี่นี่อยู่ในยุครุ่งเรืองของแนวนี้

ถ้าจาไป ดริ้ง แดร๊ง ดรั้ง ที่ไหนเด๋วบอสแนะนำร้านให้เอามั้ยพี่ วงรุ่นพี่บอสเล่นอยู่ เล่นแนว grunge ซะเกือบหมด พี่อาจจาชอนนะ ^_^

อโรดาริน กล่าวว่า...

ชอบค่ะ
ถึงช่วงนี้ฝนจะหายไปบ้าง แล้วอากาศหนาวก็กำลังจะเข้ามาแทน แต่อ่านแล้วก็รู้สึกถึงกลิ่นฝนอยู่เลยค่ะ อิอิ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

แวะมาทักทายค่ะ

niratcharin กล่าวว่า...

เรื่องนี้..นานแล้วเน๊อะ
จำได้ว่าถ่ายเอกสาร.. จากอิมเมจไปให้เพื่อนอ่านด้วย
เพราะเพื่อนส่งรูปนกที่ระเบียงห้องมาให้
เป็นนกทำรังบนต้นโมกด้วย(ตอนนั้นยังไม่มีหวัดนก)
ที่ทำงานเอามาวิเคราะห์กันใหญ่ว่าเป็นนกอะไร
สุดท้าย..ก็ไม่รู้ว่านกอะไรกันแน่

แถม..เพื่อนตอบกลับมาว่า ขอบใจที่ซีร็อคให้อ่าน
แต่เค้าก็ได้อ่านแล้วในหนังสือเหมือนกัน ฮ่า ฮ่า..

อ๋อ

ละอองเพลิง กล่าวว่า...

อืม นกน้อยในเรื่องคงเป็นนกที่อิสระมาก แต่บางคราวบางเวลาก็คงเหงาซะงั้นเนอะครับ :)
แต่นกมีปีกคงไม่อยู่ที่ใดนานหรอก เมื่อถึงเวลาคงจะโบกบิน และคงหวนกลับมาอีก แล้วคนที่อยู่ที่เดิมรอคอยล่ะ
ว้า la vie en rose ทำให้นึกถึงความหลังอีกล่ะ
(Had you ever danced with someone in this song? T^T)
พอดีไปเจอในเวปพอดี คาดว่าคงได้ไปฟังเพลงเคล้าแสงจันทร์ (ไม่รู้ว่าจะดีรึเปล่าที่เอามาลงในนี้ ไม่ชอบก็ขออภัยมณีมาล่วงหน้าก่อนเลยนะครับ)
http://www.katikala.com/news.php?act=view&id=63 ของฟรีดีดีมีรึไม่ไป อิอิ

lighthouse@vavee กล่าวว่า...

หนูมีปัญหากับ hi5 พี่ เลยเลิกเขียนมันไปละ แล้วก็ไม่ได้ไปดูของพี่เลย
แวะมาบ้่านนี้น่าจะดีกว่า เพราะที่ hi5 ของพี่ปราย ไม่ up อะไรเลย ..
พี่จะรู้รึยังนะว่าตอนนี้อากาศบนดอยงามมาก ดอยวาวีน่ะคะ สวยมาก ดอกซากุระ (พญาเสือโคร่ง) ใกล้จะบานแล้ว อากาศเย็นๆ สบายๆ มีหมอกสวยให้ดูทุกเช้า หนาวนี้ถ้าว่างก็แวะมาได้นะคะ นอกจากซากุระแล้ว จะพาไปดูวิถีชนเผ่า 7 เผ่าชาวดอยค่ะ ปีก่อนนี้ก็ไปงานปีใหม่ของชาวลาหู่ (มูเซอ) ไปเต้นกะเค้ามาซะเหนื่อย ยังไงหนาวนี้ก็เชิญมาเที่ยวนะ ชมซากุระบาน จิบชาดอยช้าง ..
อีกสามเล่มที่ออกใหม่ เร็วๆ นี้จะไปซื้อค่ะ แต่ตอนนี้เล่มที่ชอบมากมายคือ ความลับในความรักค่ะ .. ตอนแรกคิดว่าจะอ่านไม่จบ แต่นี่อ่า่นมาหลายรอบแล้วค่ะ

blastnest กล่าวว่า...

สวัสดีค่ะ ไม่ได้แวะมาฝากข้อความไว้นานแล้ว

พี่สบายดีนะคะ

หลายวันก่อนดำริว่าจะไปร้านสรรพรสกับเพื่อน
ปรากฎว่าโทรไปที่ร้านเท่าไหร่ไม่ติดเลย
เข้าไปเสิร์ชดูตามเว็บถึงได้รู้ว่า ร้านปิดปรับปรุง- -

ปล.ชอบเรื่องนกบนกิ่งโมกจัง เพิ่งเคยอ่าน ^^

dasaifu กล่าวว่า...

อ่านแล้ว นึกอยากหานกหาปลามาเลี้ยงบ้าง
แต่แค่ลำพังชีวิตตัวเองยังไม่ค่อยได้เรื่อง
ถ้าหาอะไรมาเลี้ยง คงน่าสงสารมันอยู่เหมือนกัน

:)

kaowfang กล่าวว่า...

ว้าววว...

สวยเลือกได้!

madaewee กล่าวว่า...

นู๋ซื้อหนังสือมาอ่านแล้วคร๊าปป ชอบมาก
ซึ้มเข้าหัวใจ ทีละถ้อยคำ
.
.
จึก จึก บาดใจ หยั่งกะ บรั่นดี 555

Welcome to Thailand กล่าวว่า...

เพิ่งดู April Snow ไม่ค่อยชอบครับ
แม้จะเคยตั้งคำถามแบบในเรื่อง แต่ก็ยังไม่ชอบอยู่ดีเมื่อมาเจอในชีวิตในหนัง
สังคมแย่จังเลยหากมองผ่าน April Snow
สรุปว่าไม่ชอบแล้วกัน

ชอบ Chrismas in August เรื่องเดียวใน ๓ เรื่องของ ผกก. คนนี้ Hur Jin Ho

'ปราย กล่าวว่า...

Welcome to Thailand
ไม่ค่อยชอบเหมือนกันค่ะ April Snow ดูมันยังไม่ค่อยลงตัว เหมือนคนทำยังคิดไม่จบ เอ หรือว่าเราเข้าไม่ถึงงานของเค้าเองนะ ต้องดูใหม่อีกทีดีมะเนี่ย :)

madaewee
ซื้อหนังสือเล่มไหนจ๊ะนี่
วานบอก คนเขียนจะได้ดีใจไม่ผิดเล่มไงจ๊ะ


kaowfang
ไม่สวยก็เลือกได้เหมือนกันนะ
แต่มันต้องมีวิธีหน่อย
รู้หรือยัง ฮ่า

dasaifu
เมื่อก่อนเคยเลี้ยงปลาเหมือนกันค่ะ
แต่ย้ายที่อยู่บ่อย เลยต้องเลิกเลี้ยงไปโดยปริยาย
อันที่จริง การที่คนเรา "เลี้ยง" อะไรได้บ้างเนี่ย
ชีวิตมันก็ดูจะสงบนิ่งดีเหมือนกันนะ
สงสัยหลายปีมานี่ ชีวิตพี่มันจะยุกยิกเกินไปหรือเปล่าแฮะ--ชักสงสัย

blastnest
ร้านสรรพรส พี่ให้คนอื่นเช่าทำมาเกือบปีแล้วค่ะ
ที่เค้าเปิดเป็นกึ่งผับนิดๆ ค่ะ
เปิดซักประมาณทุ่มนึงถึงเที่ยงคืน
ส่วนออฟฟิศฟรีฟอร์มยังอยู่ชั้นบนเหมือนเดิม
ทำหนังสือเหนื่อยมั่กๆ จ้ะเลยพักงานร้านสักปี
เอาไว้ไม่ยุ่งมากแล้ว กะว่าจะกลับมาเปิดอีกรอบค่ะ
อ้อ พี่เจอจดหมายน้องแล้วนะคะ
พอดีเพิ่งกลับจากต่างจังหวัดค่ะ
ไม่ได้เช็คอีเมล์หลายวันเลย

lighthouse@vavee
เกรงใจจริงๆ น้องแวะมาบ้านนี้ก้อเป็นช่วงที่พี่ไม่ค่อยอัพบ้านอีกอยู่ดี ฮาฮา แต่ก็ดีใจค่ะ ที่แวะมาเยี่ยมเยือน ไฮไฟว์ก็ไม่ได้คิดจะทิ้งขว้างค่ะ กะว่าก่อนปีใหม่จะไปปัดกวาดครั้งใหญ่สักที เอาไว้เจอกัน (ทางใดทางหนึ่ง) นะจ๊ะ อ้อ ว่าแต่น้องไปทำอะไรอยู่ที่ดอยวาวีจ๊ะเนี่ย

'ปราย กล่าวว่า...

ละอองเพลิง
ความหลังกับเพลง la vie en rose หรือคะ แหมอิจฉาจริง อยากมีบ้างจัง เพลงนี้เอามาลงบล็อกนี้หลายรอบแล้ว อย่าเพิ่งเบื่อก่อนละกัน ดิฉันชอบอะไรที่ซ้ำซากอย่างนี้ล่ะค่ะ

อ๋อ
นะ บางทีก็อยากรู้ชื่อนกบางตัวที่บินผ่านมาให้เห็น แต่ยอมรับเลยว่า การจำชื่อนกให้ได้เนี่ย ยากกว่าการจำชื่อดอกไม้เยอะเลย พี่เพิ่งกลับจากเหนือ ไปเจอดอกไม้งามๆ มาเยอะเลย ว่าจะเอามาค้นหาดูหน่อย ว่าชื่อดอกอะไรกันบ้าง

ไม่ระบุชื่อ
แวะมาทักทายค่ะ
...
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันค่ะ
ยินดีต้อนรับอย่างแรงด้วยล่ะค่ะ

อโรดาริน
รู้สึกถึงฤดูกาลเหมือนกันเลยค่ะ
ช่วงนี้หนาวๆ เลยอยากจะเขียนเรื่องหน้าหนาวบ้างแล้ว เคยเขียนเรื่องฝนไว้บ่อย ลองเปลี่ยนมาเขียนหนาวบ้างก็น่าจะดีเหมือนกันนะคะ

บอสส
ต๊าย ยังมีคนจำเพลงกรันจ์ได้ด้วยหรือเนี่ย ฮ่า
อย่างว่าล่ะนะ หุ่นไม่ให้แต่ใจรักเน่อ สมัยสาวๆ ลองผิดลองถูก ลุยฟังมันทุกแบบนั่นล่ะ แต่เดี๋ยวนี้หมดไฟ พี่เลยหันมารื้อฟังอะไรที่มันเบาๆ หน่อยดีกว่า เพื่อถนอมอายุไขยนะน้องนะ ฮ่า


ปลายแป้ง
ขอบคุณหลายๆ
น้องถนอมตัวเช่นกันนะจ๊ะ
ช่วงนี้หนาว ต้องระวังตัวระวังใจ :)


ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...
สวัสดีค่ะพี่ปราย...
น้องเป็นคนนึงที่ได้อ่านหนังสือหลายเล่มของพี่ปราย
love at first read เลยนะคะ ^^

ที่สำคัญคือ พี่สาวที่อยู่ห้องตรงข้ามกัน
เขาก็ชอบพี่ปรายเหมือนกัน
เราเลยสนิทกัน เพราะได้แลกเปลี่ยนความคิด
จากการอ่านหนังสือของพี่ปรายอยู่บ่อยๆ
มีหนังสือพี่ปรายอีก 8 เล่มที่ยังอ่านไม่จบ
พี่เขาเพิ่งเอามาให้ยืมค่ะ ^^

ขอบคุณสำหรับหนังสือดีๆนะคะ
ขอให้พี่ปรายมีความสุขมากๆค่ะ

ปล.เล่มล่าสุดสูงต่ำล้วนผ่านตา ก็อ่านจบแล้วค่ะ ^^
...
ดีจังเลยนะ พี่สาวห้องตรงข้ามนี่
ฝากบอกด้วยว่า พี่'ปราย ฝากขอบคุณหลายๆ :)

น้องฟ้าสุดที่รัก
ต้องขอบคุณกี่ครั้งล่ะเนี่ยถึงจะหมดใจ
ขอบคุณๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นะจ๊ะ

ภี นะ ครับ
ขอบคุณที่แวะเวียนมาเยี่ยมกันนะจ๊ะ
หนังสือของภีก้อสวยน่าอ่านนา
อ่ะ ชมกันไปชมกันมา
แต่พูดจริงเน้อ :)


เอกเอง
เฮ่ย ไปไงมาไง
มีหนังมาให้เลือกดูรอบพิเศษอีกต่างหาก
ขอบคุณอย่างแรงจ้า เอาไว้คิดก่องนะ ว่าอยากดูเรื่องไหน

am^^
คล้ายๆ พี่อยู่บ้างเหมือนกัน
บางวันมีสายเข้าเยอะๆ
พี่จะปล่อยไว้ก่อน แล้วค่อยหาเวลาโทรกลับรวดเดียวเลย ซึ่งไม่ค่อยดี เพราะเปลืองค่าโทร ฮ่า แต่บางทีก้อต้องยอมเปลือง ดีกว่าคุยในช่วงเวลาที่เราไม่พร้องเนอะ


Honey
พี่เพิ่งกลับจากเชียงใหม่เหมือนกัน
อากาศดี๊ดีจังเนอะ
ไม่อยากกลับเลย
ชอบดูนกด้วยหรือจ๊ะ ดีล่ะ วันหลังจะได้ไปขอความรู้เรื่องชื่อนกบ้าง :)


ชรันจ์
เห็นชายเขียนแล้วนึกถึงอดัม
แล้วก้อหนังสือแปลญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งใช่ไหม
ที่เกียวกับนก ที่เราเคยไปบุ๊คคลับกันคราวหนึ่ง
มันชื่อเล่มอะไรน้า

lighthouse@vavee กล่าวว่า...

บนดอยหนาวมากกกกกกกกก....
พวกเรามีวิธีแก้หนาว (ไม่รู้ว่าคนอื่นจะทำแบบนี้รึปล่าว) ก็คือ เวลานอนก็นอนกับไดร์เป่าผมตัวใหญ่ๆ (ถ้าตัวเล็กจะใช้เวลานาน) ก็คือเป่าลมร้อนให้ในผ้าห่มมันอุ่นๆ แล้วเราก็ซุกตัวหลับ ถ้าตื่นมากลางดึกก็เป่าอีกรอบหนึ่ง แป๊บเดียวก็ได้นอนสบายแล้วค่ะ

หนูมาทำงานเป็นนักพัฒนาชุมชนน่ะพี่ ...ดอยวาวี เป็นพื้นที่ๆ กว้างมากกกกก ควา่มจริงแล้ววาวีเป็นชื่อของหมู่บ้านหนึ่งในตำบลวาวี หนูอาศัยอยู่ตรงครึ่งทางระหว่างปากทางจากถนนหลักกับบ้านวาวี (รวม 50 กิโล) แต่หนูชอบไปดอยช้างมากกว่า เพราะอยู่ใกล้กว่าแล้วก็มีที่เที่ยวสวยๆ มากกว่า ก็อย่างที่บอกน่ะแหละค่ะ พญาเสือโคร่ง กาแฟ (ถ้าได้แวะมาเที่ยวถูกเวลา อาจจะได้จิบเหล้ากาแฟด้วยค่ะ)
แล้วก็ความหนาวววววววววววววววววว

ชรันจ์ กล่าวว่า...

ชื่อ "นกน้อยของผม" ค้าบพี่ : )

วันก่อนรับสายจากข้าวใหม่
ถามว่าบุ๊คคลับครั้งแรกชื่ออะไร
เมื่อไร

ต้องรื้อหาสมุดบันทึกเป็นการใหญ่
ในที่สุดได้คำตอบไปได้ด้วยดี : )

SaanHa [sara] on Blog กล่าวว่า...

ก่อนอื่นต้องบอกว่า ดีใจมาก ผมติดตามอ่านหนังสือของ คุณปราย พันแสงมานานแล้ว ทั้ง ๆ ที่เป็นคนไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือแบบนี้เท่าไหร่ แต่พี่คนนึงเคยเอามาให้อ่านหลังจากนั้นเลยติดตามอ่านมาเรื่อย ๆ ที่บ้านผมมีหนังสือของคุณปราย พันแสง หลายเล่มเลยนะครับ ผลิตงานดี ๆ ออกมาให้อ่านอีกนะครับ จะคอยตามอ่านไปเรื่อย ๆ

เอ๋ ครับ

@^_^@ กล่าวว่า...

คิดถึงตัวหนังสือของพี่ปรายจังเลยคะ
ไม่ค่อยได้เข้ามาอ่านตั้งนานแล้ว
เข้ามาอ่านทีก็ช่วยให้หายคิดถึงไปได้นานทีเดียว

หนังสือเล่มใหม่ของพี่ออกแล้วเหรอคะ
"สูงต่ำล้วนผ่านตา" อยากอ่านจังเลยคะ
แต่ว่าตอนนี้อยู่ต่างประเทศ ไม่รู้ว่าจะหาซื้อได้รึเปล่า
ถ้าไม่ได้คงต้องหาฝากให้คนที่จะกลับเมืองไทยซักคนหิ้วมาให้ น่าเสียดายตอนที่มาก็ไม่ได้ถือหนังสือของพี่ติดตัวมาด้วยเลยซักเล่ม ถ้าถือมาบ้างคงช่วยให้หายคิดถึงไปได้มากโข

ว่าแต่พี่ปรายมี hi5 ด้วยเหรอคะ
แล้วจะ add friend เข้าไปนะคะ
รับหนูเป็นเพื่อนด้วยคนนะ
รับรองว่าไม่มีการโทรศัพท์ไปกวนตอนนอนแน่นอนคะ
555 (เพราะว่าก็ไม่มีเบอร์อยู่ดี)

เข้าหน้าหนาวแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

@^_^@

neizod กล่าวว่า...

=^_^=
เรื่องนี้น่ารักจังเลยครับ

โต๋เต๋ กล่าวว่า...

ชอบจังค่ะ เรื่องใกล้ตัวเล็กๆที่ทำให้เราอมยิ้มได้ :)

โลมาใส่แว่น กล่าวว่า...

สวัสดีค่ะพี่ปราย

แอบอ่านบอลคพี่มาร่วมเดือน แต่เพิ่งจะมาเม้นวันนี้

สารภาพตามตรง ตอนแรกเม้นแล้วแต่มันไม่ติดเลยไ ปสร้างบลอคมั่งค่ะ

ตอนนี้ทำได้แล้ว แต่ก็ยังทำไม่เปนอยู่ดี

ขอบคุณพี่ที่เขียนอะรัยดีดีน่ะค่ะ ตอนนี้เปนออแพรอยู่เยอรมัน

ได้อ่านตัวหนังสืออบอุ่นเปนภาษาไทยของพี่แล้วดีจังเลยค่ะ

จาก โลมาใส่แว่น

slow life in pai 8

last update: Dec , 28-2009 ........................... 15 เรื่องที่คนขายเสื้อยืดรู้ดี [แต่คนทำหนังสือนี่สิคงไม่ค่อยรู้!:] 1.ผู้คนส่วนใหญ่มักจะซื้อเสื้อยืดที่มีขนาดเล็กกว่าที่ตัวเองจะสวมใส่ได้ประมาณ หนึ่งไซส์อยู่เรื่อยๆ ..2.ผู้หญิงอาการหนักกว่าผู้ชาย บางทีควรจะใส่ไซส์ L แต่กลับซื้อไซส์ S เข้ารูปเสียนี่ คนขายลำบากใจนะจะบอกให้ ..................คลิกอ่านต่อ

slow life in pai 7

last update: Dec , 27-2009
ปายอีกหนึ่งวัน อีกหนึ่งคืนแห่งสีสัน
[โหด ฮา มันส์ แอนด์ยุ่งเหยิง]
...
ในปา

slow life in pai 6

last update: Dec , 26-2009 ...........................
เมื่อฮันนีมูนกำลังจะสิ้นสุด
ในปายมีใบไม้รูปหัวใจเยอะแยะไปหมด ที่อื่นคงมี แต่เราอาจจะไม่ได้สังเกตเห็น เมื่อครู่ฉันนั่งจัดไฟล์ภาพในคอมพิวเตอร์เพื่อจัดเก็บลงฮาร์ดดิสค์ ไปเจอภาพใบไม้เหล่านี้เข้า ตอนที่เก็บข้าวของมาอยู่ปาย เป็นช่วงหน้าฝน ใบไม้ใบหญ้าเขียนชอุ่มละออตาไปหมด ฉันนึกถึงความรู้สึกของตัวเองตอนมาอยู่แรกๆ มองไปทางไหนก็สวยงามไปหมด คงเหมือน "ช่วงฮันนีมูนกับปาย" อย่างที่พี่คนหนึ่งเคยแซวไว้ คลิกอ่านต่อ

slow life in pai 5

last update: Dec , 25-2009 ........................... คริสต์มาสและความคิดถึง :) กำลังเก็บข้าวของ ย้ายห้องอีกครั้ง ปีใหม่วันหยุดยาวนี้ ญาติมิตรมีโครงการแวะมาเยี่ยมเยือนที่ปายหลายคน ที่พักสำหรับผู้มาเยือน จึงเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนสำหรับฉันในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นปีนี้ ...คลิกอ่านต่อ
...

slow life in pai 4

last update : Dec,24 -2009
ปอ-อะ-ยอ-ปาย
Pai = ปาย หนังสือนำเที่ยว Lonely Planet อธิบายไว้ว่า Pai: pronounced like the English word ‘bye’ not ‘pie’ หมายถึงนครเมกกะของนักเดินทาง (Traveler’s Mecca) ครั้งหนึ่งในชีวิตชาวมุสลิมแท้จริง ต้องจาริก “เมกกะ” ให้ได้สักครั้งฉันท์ใด นักเดินทางที่แท้จริงย่อมจาริก “ปาย” ให้ได้สักครั้งฉันท์นั้น
.... .............................................................
Tourist = นักท่องเที่ยว คนที่ท่องเที่ยวชั่วครั้งชั่วคราวแล้วกลับบ้าน ไปทำงาน ใช้ชีวิตตามปกติ
... ............................................ ............................................. Traveler = นักเดินทาง คนที่ไม่ทำงานทำการ เอาแต่เดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ นานเป็นเดือน เป็นปี บางทีออกเดินทางท่องเที่ยวแล้วไม่ยอมกลับบ้านอีกเลยก็มี บางคนแต่งงาน ปลูกบ้าน หางานทำในแหล่งท่องเที่ยวที่ตนชอบ เช่นในปาย-มีเยอะ ...คลิกอ่านต่อ

slow life in pai 3

last update: Dec,23-2009 .. บางแง่มุมที่สวยงาม อย่างน้อยก็ในความรู้สึก............. [เรื่องตุบๆใต้อกเบื้องซ้าย]
พักนี้นอนดึกตื่นสาย บางทีสิบเอ็ดโมง เที่ยง ยังนอนห่มผ้านวมสองผืนเฉยเลย ตื่นมากว่าจะจัดการกาแฟกับมื้อเช้าเล็กๆ น้อยๆ ด้วยขนมนมเนยชิ้นเล็กชิ้นน้อยจากร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่เตรียมไว้ ก็ปาเข้าไปบ่ายแล้วก็มี นี่แหละชีวิตในปาย เหมือนเรื่อยๆ ไม่รีบร้อนก็ได้ แต่ฉันรู้สึกผิดทุกครั้งที่ตื่นสาย ...คลิกอ่านต่อ
....

slow life in pai 2

last update: Dec , 22-2009 ........................... ด้านมืดของปาย ...หรือ'ปราย :)... [โปรดระวังปอดบวม]
....
วันนี้นั่งคุยยาวนานกับใครบางคนถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ บังเอิญว่าเมืองนี้มันดีเลย์เสมอ หรือก้าวถอยหลังอยู่เรื่อยอย่างไรไม่ทราบ ใครคนนี้ก็ดั๊นเพิ่งได้อ่านมติชนสุดสัปดาห์เล่มเก่าๆสองสามเดือนก่อน ฉบับที่ฉันเขียนถึงปายเอาไว้บ้างสักตอนสองตอน อ่านแล้วคงไม่ค่อยรู้เรื่อง จับอะไรไม่ค่อยได้เท่าไหร่ จึงยิงคำถามยากๆ ทำให้ฉันอึ้งอยู่เรื่อย ... คลิกอ่านต่อ
....

slow life in pai 1

last update :Dec ,21-2009
วันก้าวถอยหลัง
จุดเริ่มต้นแห่งความเฉื่อย?
วันอาทิตย์ 20 ธันวาคม 2552 วันนี้เป็นวันแรกในรอบหลายเดือนมานี้ ที่ฉันไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนเลย ไม่ไปร้าน ไม่ไปไหนเลย โอ้ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน หลายวัน เพราะฉันมักมีเหตุต้องออกจากบ้านตลอดเวลา ....คลิกอ่านต่อ

หนังหน้าเสื่อ เทค 1

last up date : Dec, 20-2009 เบื้องหน้า เบื้องกลาง เบื้องหลัง เทศกาลหนังหน้าเสื่อ-ปาย เทค 1 ....
ในที่สุดการทดลองจัดฉายหนังกลางแปลงครั้งแรกในปาย (ของพวกเรา) ก็ลุล่วงไปด้วยดี หลังจากก่อนหน้านี้ พวกเราต่างวิ่งวุ่นช่วยกันลุ้นมาหลายวัน ทั้งทำโปสเตอร์ ซีร็อกซ์ใบปลิว ไปเดินแจกในย่านชุมชน วางในร้านอาหาร .................. ...คลิกอ่านต่อ
...

เหตุเกิดในร้านหนังสือฟรีฟอร์ม

เหตุเกิดในร้านหนังสือฟรีฟอร์ม-ปาย "ซื้อเสื้อ แถมหนังสือได้มั้ย" ... หลายปีของชีวิตที่วนเวียนคลุกคลีอยู่ในแวดวงหนังสือหนังหา จนกลิ่นกระดาษ กลิ่นหมึกแทบจะกลายเป็นหนังกำพร้าชั้นใหม่ไปแล้ว แต่ไม่เคยเลย ที่ฉันจะต้องใช้พลังกายพลังใจอย่างมากมายมหาศาลเหมือนการทำร้านหนังสือฟรีฟอร์มในปายคราวนี้ .......คลิกอ่านต่อ ...คนอ่าน

ETin+story

คิดแบบอีตี๋นนน นนนน....นนนน ......
อีติ๋น หรืออีตี๋นขาว คือแมวดำตีนขาวตัวหนึ่งใน อ.ปาย ที่ชาวบ้านเรียกกัน อีตี๋นขาว มีชื่อจริงว่า “แองเจลล่า” เป็นชื่อที่เจ้าของมันตั้งให้ เจ้าของอีตี๋นเป็นฝรั่งตัวใหญ่ กล้ามโต มีรอยสักน่าเกรงขามเต็มแขน ฟังมาว่าเคยเป็นนักท่องเที่ยวที่มาเยือนปายหลายครั้ง ก่อนตัดสินใจพำนักแบบ long term โดยเช่าบ้านอยู่ในปายล่ำสันนานเป็นปีๆ โดยไม่มีกำหนดกลับ เจ้าของอีติ๋นมักจะร้องเรียกหามันตอนค่ำให้มากินข้าวปลาว่า “แอ่งเจ๊ลลลหล่า แอ่งเจ๊ลลลลลลลล้า ม่ำ ม่ำ ม่ำ” ... คนอ่าน

รับสมัครงาน Lonely Pai Google Chrom

............... ...................................................................................................................... ................ ................................................................................................. .................. .................. ........... *มีข่าวฝากฝากข่าวจาก พี่อ้อม เชียงใหม่ เจ้า รับสมัครทีมงานเช่นกัน “ร่วมสร้างปรากฏการณ์ สร้างสื่อใหม่รับใช้คนเมือง มาร่วมกันเริ่มต้นจากศูนย์ สู่อนาคตที่ไม่รู้ว่าอะไรรออยู่ นักข่าวใจถึง +นักการตลาดมือฉมัง ที่ใจพร้อม กายพร้อม ไม่มีความกลัวเป็นเพื่อน" ส่งรายละเอียดตัวตน ผลงาน เพื่อนัดสัมภาษณ์ มาที่อีเมล์ thaijournalist@gmail.com” เจ้า!
...............
....................
*วิกฤติหวัด 2009 ที่เราทุกคนต้องรู้และป้องกันตัว
......................
**มีปัญหาในการเข้าอ่านบล็อกนี้ลองดาวน์โหลดว็บเบราว์เซอร์ใหม่
ของ Google Chrom (ตอนนี้ก็ไม่ค่อยใหม่แล้ว) ลองใช้งานดูนะคะแรกๆอาจไม่ชินเหมือนใช้ IE แต่ใช้ไปสักพักจะรู้เลยว่าดีกว่า
ดาวน์โหลดตามลิงค์ Google Chrom ได้ค่ะ

So Proud to Present

So Proud to Present มืออาชีพ ไม่รู้จักคำว่าออกตัว :) Last update : July 18-2009 ....วันก่อน บรรณาธิการคนหนึ่งของฟรีฟอร์ม ต้องติดต่อกับนักเขียนใหญ่ชื่อดัง เธอออกตัวไว้ในจดหมายบางเรื่อง กับการเป็นบรรณาธิการมือใหม่ของเธอ พอดีเธอส่งจดหมายมาให้อ่านก่อน ฉันก็เลยตัดทิ้งไปหลายคำ ส่วนที่ตัดไปเธอไม่ว่าอะไร--แต่เธอติดใจว่าทำไมเธอจึงออกตัวบ้างไม่ได้"การออกตัวคือการถ่อมตัว ทำไมวงการนี้ต้องโชว์พราวด์ใส่กันเหรอ" เธอว่ามาอย่างนั้นฉันก็เลยต้องอธิบายให้เธอฟังยืดยาว พราวด์หรือเพราด์ของเธอมาจากภาษาอังกฤษคำนี้ Proud \ Proud\,Feeling or manifesting pride, in a good or bad sense; as:(a) Possessing or showing too great self-esteem;overrating one's excellences; hence, arrogant;haughty; lordly; presumptuous.[1913 Webster] …..คลิกอ่านต่อ

PAI--LOW SEASON, HIGH SPIRIT 1

'ปาย'ฝันที่ไม่ได้ฝัน

...กลางฤดูฝ

เมื่อคุณใช้ชีวิตบนโลกนี้มาสักช่วงหนึ่ง ผ่านพบความเป็นไปของโลกมาแล้วพอสมควร คุณจะรู้เลยว่า ชีวิตคนเรานั้นไม่ต้องการอะไรมากมาย นอกจากแค่อยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองของมัน แค่อยากให้ทุกอย่างอยู่ในที่ทางของมัน โดยไม่ต้องรีดเค้นจากตัวเองหรือใครให้มากมาย คลิกอ่านต่อ

............ คนอ่าน

ของมันแตกได้ , รงค์ วงษ์สวรรค์

บทรำพึง...
คิดถึงคนบางคน
ที่กำลังจิบไวน์บนฟ้า.. ภาพจาก tuneingarden.com
Last update: July,04-2009 ......................
ใครเขียนหนังสือมาบ้างจะรู้ เวลาไม่ได้เขียนอะไรนานๆ มันจะฝืด อาปุ๊-'รงค์ วงษ์สวรรค์ เคยพูดกับฉันว่า "ตอนอาหนุ่มๆ นะ อาเขียนชิบหาย คิดอะไรหน่อย เห็นอะไรหน่อย อยากเขียน แล้วก็เขียนออกมาได้มหาศาล บางทีกลับไปอ่าน ยังรู้สึกว่ามันต้องแก้ตรงนั้นแก้ตรงนี้ คือสมัยหนุ่มจะแรงดี แต่งานเขียนอาจจะไม่ค่อยดีเหมือนตอนแก่"...ฉันก็ว่า "อุ๊ย อา ยิ่งดีสิคะ ยิ่งแก่ยิ่งเขียนกระจายไปเลยสิ ดีจะตาย"แต่อาปุ๊ตอนนั้นนั่งรถเข็นมาร่วมงานหนังสือมติชนที่เชียงใหม่ตอบฉันว่า"ตอนแก่นี่ ความคิดดีๆ มันเยอะก็จริง แต่ไม่ค่อยมีแรงเขียนว่ะ"...คลิกอ่านต่อ.............. ......... *... ...คนอ่าน .........47 ความคิดเห็น
............................................................
............................................................
............................................................
............................................................
...........................
ของมันแตกได้ ...ย่อมแตก
เคยมีสักวันหรือเปล่า ที่คุณถามตัวเองว่า "ตรูทำบ้าอะไรลงไปฟระเนี่ย" ฉันลองมานั่งนึกดู วันนี้เป็นความบ้าแห่งชีวิตฉันโดยแท้จริง ---แล้วมันก็ทำให้ฉันนอนไม่หลับอีกต่างหาก บอกตัวเองแล้ว--ต้องท่องคำว่า "ช่างแม่ง!" --- ให้ขึ้นใจ แล้วเอ็งจะมีชีวิตบนโลกนี้อย่างมีความสุข เอาเข้าจริง มันก็ "ช่างแม่ง" ไม่ได้ทุกทีหรอก..........คนอ่าน

โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ - หวงเยวี่ยน

น้ำตาแชมป์โลก... โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์
Last update : June,10-2009
เมื่อคืนก่อน (June,7-2009) มีการถ่ายทอดสดแข่งขันเทนนิสรอบชิงชนะเลิศ French Open 2009 ประชันฝีมือชั้นเทพระหว่างโรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ กับ โรบิน โซเดอร์ลิง นักเทนนิสดาวรุ่งมือวางอันดับ 23 จากสวีเดน รอบนี้ ถึงแม้จะพ่ายแพ้เฟดเดอเรอร์ แต่โซเดอร์ลิงก็เลื่อนพรวดข้ามชั้นมาเป็นมือวางอันดับ 12 ของโลกแล้วตอนนี้ ใครนั่งดูอยู่เหมือนกันล่ะก็..เราอาจจะรู้สึกเหมือนกันนะ ว่ามันเป็นการดูการแข่งขันเทนนิสที่สนุก ระทึกใจเป็นที่สุด จนแทบไม่อยากจะลุกหนีจากหน้าจอไปไหน แม้กระทั่งจะลุกไปเข้าห้องน้ำ....... คนอ่าน
.................................................
..............................................................
................................................................ ............
อีกวันหนึ่งกับหวงเยวี่ยน และอื่นๆ อีกมากมาย “ระเบิดแห่งความสุข” ถูกจุดขึ้นตอนบ่ายสองกว่าๆ ของวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม ในซอยทองหล่อ 10 ณ ร้านหนังสือบุ๊คมาร์คของ The Third Place เราจึงเชื่อว่ามิตรภาพจากคนแปลกหน้าสามารถสร้างเสียงหัวเราะได้จริง ซึ่งเป็นงานเปิดตัวหนังสือเล่มล่าสุด”ผู้ชายเหมือนระเบิด” จากฟรีฟอร์มสำนักพิมพ์ ..... คนอ่าน

ฉันฝันว่าฉันฝัน

I I Dreamed a Dream ซูซาน บอยล์ ฉันฝันถึงความฝันในวารวันที่ผ่านเลย ยามที่เคยวาดหวังไว้ยิ่งใหญ่ ยามที่ชีวิตยังมีความหมาย ผนึกต่อลมหายใจในกายา ฉันเคยฝันว่าความรักนั้นไม่เคยตาย ฉันเคยฝันว่าพระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ยังเมตตา เมื่อครั้งที่ฉันเยาว์และหาญกล้า..ฉันปั้นฝันนั้นมาแล้วทิ้งไป ...

วันชาติชาวหนอน

แล้วเราก็เจอกัน ในวันชาติของชาวหนอน ปีนี้ฟรีฟอร์มเพิ่งมีบูธเป็นของตัวเอง หลังจากที่ไปฝากบูธอื่นขายมาหลายรอบ บูธเราเป็นบูธเล็กๆ ขนาดสองคูณสามเมตร ที่ทางผู้จัดงานใช้พลาสติกใสๆ มากั้นเป็นล็อกๆ ให้เราใช้วางหนังสือจำหน่ายในงาน บูธเล็กขนาดนี้ต้องใช้เวลาจัดอยู่ตั้งหลายชั่วโมง......คนอ่าน

สิ่งที่เรียนรุ้

............ บ
สิ่งที่ข้าพเจ้าเรียนรู้จากวันนี้ พวกเราทีมงานฟรีฟอร์ม อยู่โยงเฝ้าออฟฟิศกันดึกดื่นเพื่อเก็บงานหนังสือชุดสุดท้ายส่งโรงพิมพ์ ซึ่งกว่าจะเสร็จสิ้นก็ปาเข้าไปเกือบตีสอง
...
ช่วงนี้ ฉันออนเอ็มเอสเอ็นเกือบทั้งวันทั้งคืน แต่ไม่ค่อยได้คุยกับใคร นอกจากส่งลิงค์ ส่งไฟล์งาน ให้คนทำกราฟิคที่นั่งอยู่ในห้องเดียวกัน (ซะงั้น) บางคนเข้ามาคุยด้วย แต่ไม่ได้คุยตอบ ก็งอนกันไปหลายราย...คนอ่าน

...................
.................

รักเธอ กอดคนอื่น

สิบปีล่วงแล้ว....รักเธอ....กอดคนอื่น ถ้อยคำที่ผู้คนมักเข้าใจผิด!.ถ้าคุณค้นหาคำว่า"รักเธอ.กอดคนอื่น"ในกูเกิ้ล.มันจะมีมากกว่า.172,000.ลิงค์-ปุจฉาวิสัชนา.ว่าด้วยไม่รักก็กอดไม่ลง?ได้กอดทุกคนที่รัก?รักทุกคนที่กอด?--เอ๊.ยังไง?.. คนอ่าน

Bird in the tree

นกบนกิ่งโมก ยามบ่ายในฤดูฝนอบอ้าวนัก ฉันตัดสินใจอาบน้ำอีกรอบแล้วนอนหลับเสียให้เข็ด การนอนนอกจากจะเป็นการพักผ่อนดีที่สุดแล้ว.มันยังเป็นการ‘หนี’ทุกอย่างได้ดีที่สุด... ...คนอ่าน

pooh

แค่อยากรู้ เธอยังไม่ลืมฉัน.ภาพมิตรภาพแสนซื่อ.ขณะพิกเล็ทเดินตามหมีพูห์ต้อยๆ.รอยเท้าคู่เล็กๆ.ย่ำไปบนหิมะ.เคียงข้างกับรอยเท้าของพูห์ไปตลอดทาง.เป็นความอบอุ่นในหัวใจที่ทั้งสองทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง

The Road Not Taken

ว่าด้วยวิธีเดินทางในเส้นทางที่ไม่ค่อยมีคนเดิน.:).ยามใดที่ชีวิตต้องมีเรื่องให้คิดถึงบทกวีบทนี้.สิ่งที่รบกวนจิตใจฉันเสมอก็คือ“ชื่อ”ของบทกวีบทนี้...ฉันมักสงสัยว่าทำไมโรเบิร์ต.ฟรอสต์.จึงให้ค่ากับ“ทางที่ไม่ได้เลือก”ถึงเพียงนี้…ชื่อของมันน่าจะเป็น...

drink

คุณดื่มวงการไหน?.เราคบกัน คุยกัน กินดื่มด้วยกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อกันบ้าง ช่วยเหลือกันบ้างบางที ตามความรู้ความสามารถ ตามกำลังที่มี เท่าที่รู้เท่าที่เห็น หลายสิบชีวิตในวงการนักเขียนที่ฉันคลุกคลี ล้วนแล้วแต่มี..

HNY 2007

สิ่งที่ชีวิตน้อยๆ.ของข้าพเจ้าได้เรียนรู้ในรอบปีที่ผ่านมาวัฒนธรรมการอ่านของมนุษย์ออนไลน์นั้นไม่ค่อยสร้างสรรค์เท่าไหร่เลยค่ะ อาจเป็นเพราะชินกับการอ่านของฟรีมากไป จนไม่รู้สึกว่าต้อง"จ่าย"อะไร.แม้แต่คำทักทายกันสักคำ

Sriburapa

บ่ายวันหนึ่งในบ้านศรีบูรพา..เรื่องบางเรื่องในโลกเรา บางทีก็แปลกดี ฉันเพิ่งตอบคำถาม นิตยสารไฮคลาส ไปเมื่อไม่นานนี่เอง เกี่ยวกับนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้...คนสัมภาษณ์ถามฉันว่า ...

paradise lost

PARADISE LOST:จิมมี่ เลี่ยว.พาราไดส์.ลอสต์-เป็นเรื่องราวมิตรภาพความผูกพันของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตจำนวนหนึ่ง (จะเรียกว่าคนก็กะไร เพราะบางอย่างก็เหมือนจะไม่ใช่)มารวมตัวกันอยู่ในดินแดนหนึ่ง ที่ซึ่งพวกเขาทุกคนล้วนเข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่างดี แต่ละชีวิตมีปมด้อย มีบาดแผล มีความพิการ มีความบกพร่อง จนทำให้โลกภายนอกปฏิเสธพวกเขา แต่ในดินแดนพาราไดส์ลอสต์แห่งนี้ ทุกชีวิตมีอิสระเสรี เพราะมีผู้ที่เข้าใจ [คลิกอ่านต่อ]

เขียน เขียน และเขียนต่อไปเถิด

เขียน...เขียน...และเขียนต่อไปเถิด.เมื่อวานรื้อกรุสมบัติที่บ้าน.เจอเศษกระดาษเหลืองกรอบแผ่นหนึ่ง.เป็นชิ้นส่วนที่ฉีกออกมาจากนิตยสาร.Writer’s.Digest.ปี 1991 ว้าว!ฉันเก็บเจ้าเศษกระดาษชิ้นนี้มาสิบแปดปีแล้วหรือนี่... คนอ่าน

Kylie X Tour2008

ช้านร้ากเธอ...ไคลี่ มิน็อกซ์ la ..la..lala บันทึกหลังควันจางๆ จากข้างเวทีไคลี่เอ็กซ์ Kylie X 2008 World tour live in Bangkok 23 Nov.2008 อิมแพค เมืองทอง.. ...คนอ่าน

Poomsaron

ภูมิซรอล อ่านว่า พูม-สะ-รอน -เพลงใหม่คาราวาน จากอัลบั้ม โลกร้อนคนละลาย 2 คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา คนข้างเคียงชวนไปชม "คอนเสิร์ต คาราวาน โลกร้อนคนละลาย ครั้งที่ 2"...คนอ่าน

ban jim party

อำนาจนักอ่าน,อภินิหาริย์เจ๊ดัน:). เมื่อทีมงานนิตยสารฟรีฟอร์ม.ร่วมมือร่วมใจกันปิดร้านสรรพรสเพื่อเลี้ยงขอบคุณ"พี่เจี๊ยบ"กฤติยา.กาวีวงศ์ ผู้อำนวยการหอศิลป์.Jim Thompson Art Center พร้อมทีมงาน

dream

คนล้าฝัน...คนล่าฝัน.ส่งหนังสือเข้าโรงพิมพ์แล้ว.จึงถือเก็บกวาดหน้าจอ.เจอภาพแปลกๆ.ภาพนี้เป็นบรรยากาศช่วงปิดเล่ม.จะเห็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของกองบก.นิตยสารฟรีฟอร์มนั่นคือการได้ถ่ายภาพหมู่ร่วมกันตอนตีสี่

friday club

รัฐธรรมนูญห้าศูนย์&กีตาร์ห้าสาย& มหาวิทยาลัยวันศุกร์.ที่นั่งประจำของชมรมเราฯ.คับคั่งด้วยแขกเหรื่อแมนล้วนเต็มโต๊ะ.เป็นผู้เยี่ยมยุทธ์จากรั้วจามจุรีและท่าพระจันทร์.ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ไชยันต์.ไชยพร,อาจารย์วีระ.สมบูรณ์,อาจารย์แซม ฯลฯ

perfectionist

วันเซ็งๆ.และเพอร์เฟ็คท์ชั่นนิสต์ผมม้า? เซ็งเป็ดมากค่ะ เลยนั่งดูโฆษณาพาเพลิน โฆษณาเดี๋ยวนี้เขาทำดีมากนะ ได้ยินมาว่าบางคนหาเงินจากการทำโฆษณาเพื่อเอาไปทำหนังไทย.เจ๊งค่ะเจ๊ง.

Gen X-Gen Y

โทษที!.วันนี้ คุณวาดการ์ตูนแล้วหรือยัง?.สองวัน ใช้กระดาษขาวหมดไปแล้วยี่สิบสองแผ่น ไม่อยากเลยเชื่อว่าจะต้องมานั่งหัดวาดการ์ตูนกับเขาล่วย.. ...คนอ่าน

.................
................
...........................
............................
.............................................................................
.........................................................
........................................
...................................................
..........
................ .
บันทึกใบไม้...หากมีเวลาคอยเฝ้าดูนานพอ เราจะเห็นใบไม้ร่วงจากคาคบอย่างเงียบกริบ หล่นร่วงลงทอดตัวนิ่งสนิทแนบชิดผืนหญ้า สิ่งที่เป็นของเราก็คือไม้ยืนต้นไร้ใบกับใบไม้ร่วงอยู่บนผืนหญ้า... ...คนอ่าน

'ปราย พันแสง พ็อคเก็ตบุีค

พ็อคเก็ตบุ๊คเกือบทุกเล่ม
ของ 'ปราย พันแสง
มีจำหน่ายที่สำนักงานฟรีฟอร์ม
โทรศัพท์ 0-2664-4256-7,08-5664-9612
โทรสาร 0-2664-4259
..................................................................................................................................................................................
..........
รวมพ็อคเก็ตบุ๊ค
'ปราย พันแสง
พ็อคเก็ตบุ๊ค'ปราย พันแสง
.........
..