Something has come and gone.And that it all.














บันทึกใบไม้
เมื่อหลายปีหลังจากนั้น
................

Watch long enough,and you will see the leaf
Fall from bough. Without a sound it falls :
And soundless meets the grass ...And so you have
A bare bough,and a dead leaf in dead grass
Something has come and gone.And that it all.
-Conrad Aiken
............
.............
หากมีเวลาคอยเฝ้าดูนานพอ
เราจะเห็นใบไม้ร่วงจากคาคบอย่างเงียบกริบ
หล่นร่วงลงทอดตัวนิ่งสนิทแนบชิดผืนหญ้า
สิ่งที่เป็นของเราก็คือไม้ยืนต้นไร้ใบ
กับใบไม้ร่วงเกลื่อนกลาดอยู่ในสนามหญ้าแห้ง
บางสิ่งผ่านมาแล้วผ่านไป
ทุกสิ่งย่อมเป็นไปเฉกเช่นนั้น
....

เฉกเช่นเดียวกับผู้คนในชีวิตเรา

มีคนผ่านมา มีคนผ่านไป

หากเรามีเวลาเฝ้าดูชีวิตนานพอ

จะพบว่า ..



บางครั้งเราจำไม่ได้ด้วยซ้ำ
ว่าเราเคยพบกัน ณ จุดหนึ่งจุดใดของกาลเวลา
และในช่วงเวลานาทีเหล่านั้น
เราสุข เราเศร้าหรือเรารู้สึกต่อกันเช่นไร

หากเรามีเวลาเฝ้าดูชีวิตนานพอ
เห็นบางสิ่งผ่านมาผ่านไปจนคุ้นใจ
จะพบว่า..บางครั้ง
ยังมีบางสิ่งตกค้างหลงเหลือไว้
ให้เราหวนระลึกถึง
ณบางจุดของกาลเวลาที่เราเคยพบกัน
มันยังเป็นช่วงเวลาแสนดี
ณ ที่นั้นต้นไม้แห่งความทรงจำอวดใบดกสะพรั่ง
มีสนามหญ้าซึ่งเขียวขจีอยู่ตลอดเวลา
และไม่เคยมีใบไม้สักใบหล่นร่วงลงจากต้น

หากฉันมีเวลาเฝ้าดูชีวิตนานพอ
อยากให้ภาพนั้นเขียวชอุ่มอยู่ในความทรงจำตลอดไป
อยากให้เธอยังอยู่ในภาพนั้น..
............
ค่ำวันก่อน พิธีศพของ คุณไมเคิล ไรท บุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่งในแวดวงนักคิดนักเขียน ทำให้เพื่อนพ้องน้องพี่ในวงสนทนาสุดสัปดาห์ของเราซึมไปเยอะ
...
อาการหงอยของผู้อาวุโสทำให้ฉันรู้สึกใจหาย เมื่อได้ยินว่าพี่คนหนึ่งรู้สึกเจ็บที่ท้องซีกขวา แล้วตั้งใจว่าถ้าเป็นอะไรมากก็จะขอตายไปเลย แต่จะไม่ขอยอมให้หมอวินิจฉัยอาการเบื้องต้นอย่างเด็ดขาด เพราะไม่อยากให้ใครมาห้ามกินโน่นกินนี่ ให้อึดอัดใจ
...
พี่อีกคนก็บอกว่า เขาอยากจะอยู่บนโลกนี้อีกแค่สองสามปี
..
ผู้อาวุโสอีกคนของเราก็เล่าเรื่องฮีโร่ของฉันคนหนึ่ง ที่มาปรึกษาเรื่องการฆ่าตัวตาย
...
ฉันฟังเรื่องราวเหล่านั้นแล้วก็เศร้าๆ ขำๆ โดยเฉพาะเมื่อพี่อีกคน เล่าเรื่องนักเขียนรุ่นใหญ่ท่านหนึ่ง ถูกผู้อื่นเหยียดหยาม ในข้อหาว่า "กินเหล้าจนตาย"
..
เมื่อฉันบอกไปว่า"กินเหล้าตายเนี่ย ถือว่าตายดีนะพี่ เรียกว่าตายแบบมีความสุข น่าจะดีกว่านอนป่วยตายไปเองเป็นไหนๆ "
...
ปรากฎคุณพี่ชอบใจ หัวเราะก๊าก หันมาตบไหล่บอกว่า"กู๊ดแอดติจูดโว้ย! ต่อไปนี้พี่จะได้กินเหล้าอย่างสบายใจซะที"
......
ฉันมองเหล่าผู้อาวุโสขำๆ
แล้วก็ต้องถอนใจอีกครั้ง
...
ไม่แปลกหรอกที่ความตายของคนใกล้ชิดจะทำให้พวกเขารู้สึกหวั่นไหว เพราะแม้แต่ตัวฉันเองที่วัยยังห่างกันหลายรอบก็ยังหวั่นไหว
...
หวั่นไหวว่าถ้าเกิดพวกเขาเหล่านี้ต้องจากฉันไปจริงๆ
ฉันจะเป็นไง
...
ชีวิตฉันคงว่างเปล่าสิ้นดี
มีปัญหาเรื่องทำหนังสือ แล้วจะปรึกษาใครล่ะ ...ใคร :)
...
แต่ก็เลิกกังวลเป็นปลิดทิ้ง
เมื่อคิดขึ้นมาได้ว่า จะเอาแน่นอนอะไรกับชีวิต
เพราะบางที ฉันอาจจะไปก่อนพวกเขาก็ได้นิ ...
ชีวิตมันบ่แน่หรอกนาย!
...
ความตายที่มาเยือน และอาจจะกำลังเดินทาง ทำให้ฉันนึกถึงบทกวีบทนี้ของ Conrad Aiken ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ขลุ่ย หลังจากที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งของฉันแล้วก็ลืมเลือนมันหลายปีแล้ว
...
คนเขียนหนังสือก็เป็นอย่างนี้ล่ะนะคะ คุณอย่าถือสาเลย ถ้าวันหนึ่งมาถามถึงเนื้อหาของหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้กับฉัน แล้วปรากฏว่าฉันจำอะไรไม่ค่อยได้เลย
...
หรือบางทีจำได้ แต่ฉันก็ไม่บอกคุณหรอก ว่าความจริงมันเป็นอย่างไร บางเล่มมีความจริงร้อยละแปดสิบ บางเล่มมีร้อยละยี่สิบ ...แต่ความจริงของคนเขียนมันสำคัญตรงไหนละคะ ความรู้สึกของคุณ ที่มีต่อสิ่งที่คุณได้อ่านนั่นต่างหากล่ะ ที่สำคัญ ว่ามั้ย
..
เขียนหนังสือนี่ก็ดีอย่างหนึ่ง เหมือนเรามีมนต์วิเศษ ที่สามารถแช่แข็งความทรงจำต่างๆ เอาไว้ได้โดยไม่เสื่อมสภาพ มันอยู่อย่างไรก็อย่างนั้นเสมอมา แม้ว่าคนเขียนจะเปลี่ยนไปแล้ว หรือตายไปแล้ว
...
แต่เอาเถอะ ฉันอาจจะลืมเหตุการณ์ หรือที่มาของมันไปบ้าง เพราะบางอย่างมันก็ไม่สมควรจดจำเท่าไหร่ แต่ฉันก็มักจะไม่ลืมความรู้สึกสุข เศร้า หรือใดๆ ที่ทำให้ตัวเองขีดเขียนมันขึ้นมา
..
ฉันชอบบทกวีบทนี้ เหมือนที่เขียนตอบคุณข้างล่างๆ ไปนั่นแหละว่า ความรู้สึกมันมีสีหม่นเจืออยู่บ้าง ตามประสาความทรงจำ แต่มันก็สวยงาม
...
ย้ำว่าสวยงามจริงๆ
...
ฉันคิดว่าสิ่งนี้ ความรู้สึกเหล่านี้แหละ ที่ทำให้การเกิดมาบนโลกนี้ของเรามีคุณค่า ทำให้รู้สึกว่าชีวิตคนเรามีความหมาย




...
เพราะสมองเรามีรอยหยัก เพราะหัวใจเราซับซ้อนหลายมิติ เราคิดฝันได้มากมาย รู้สึกรู้สาได้มากมาย บางทีชีวิตก็ช่างมหัศจรรย์ ว่าทำไมเราคิดได้เพียงนั้น ฝันได้เพียงนั้น หรือรู้สึกรู้สากับมันได้ถึงขนาดนั้น
..
นั่นแหละสิ่งที่เรียกว่าหัวใจ
ซึ่งบางครั้งมันก็มีชื่อเสียงเรียงนามที่ใหญ่โต
ว่า "ชีวิต"
...................
..............

ภาพประกอบ A dead leaf by yukiroad
"บันทึกใบไม้" ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์มติชน
ฉบับวันที่ 24 มิถุนายน 2002
........................................

30 comments:

s e a กล่าวว่า...

สวัสดีความทรงจำสีฝุ่น
บนเสียงสะท้อนแห่งความเงียบงันและงดงาม
:)


S e a

เจมส์ กล่าวว่า...

เกี่ยวกับความทรงจำ จะมากจะน้อยก็มีความรู้สึกเศร้าลึกๆ อยู่ในนั้นนะครับ

บอสสส กล่าวว่า...

"ความทรงจำก็อาจเปรียบได้กับก้อนน้ำแข็งที่อยู่ในแก้วร้าว พอเวลาผ่านไปสักช่วงเวลานึง ตัวแปรต่างๆ อย่างอุณหภูมิ ก็จะเปลี่ยนน้ำแข็งที่มีรูปทรงที่ชัดเจน ให้ค่อยๆละลายไปกับเวลาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นน้ำแข็งที่ละลายก็จะค่อยซึมออกมาจากรอยร้าวของแก้วอย่างช้าๆ ยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อยๆสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเรามันก็จะทำให้ ความทรงจำของเราที่เคยเป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจนมันก็จะลดรายละเอียดและหายออกจากรอยร้าวของสมองเราไปอย่างช้าๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เราตั้งใจและพยายามที่จะจดจำไว้ให้นานมากที่สุด เราก็จะคอยสังเกตแก้วน้ำเอาไว้ เพื่อไม่ให้มันละลายเราจะต้องคอยนำไปทำให้อุณหภูมิลดลงจนเย็นและกลายเป็นน้ำแข็งอย่างเดิม แต่เราก็ไม่สามารถทำได้ตลอด ยังไงๆท้ายที่สุดแล้วในแก้วใบนั้นมันก็ไม่มีน้ำเหลืออยู่ จะหลงเหลืออยู่ก็แค่เศษตะกอนของความทรงจำเท่านั้นเอง"


...เคยเขียนเกี่ยวกับหัวข้อควาทรงจำอยู่เหมือนกาน แต่สมัย ปี1นู่น 555+
เรยเอาให้พี่ลองอ่านส่วนนึง


...ส่วนที่พี่ให้บอสแอดเมล์พี่ไว้ บอสแอดตั้งนานแร้ววว เคยทักพี่ด้วยครั้งนึง สงสัยพี่จะจำไม่ได้ 555+ amon_ras19@hotmail.com ไม่เชื่อลองดุว่าพี่มีเมล์บอสรึป่าว อิอิ


...เรื่องเพลงน้านถ้าบอสมีทำนองที่เหมาะกับพี่เด๋วจาส่งไปให้พี่ลองใส่เนื้อดูนะจ๊ะ ว่างๆค่อยลองก้อได้พี่ ดนตรีมานก้อจายืนพื้นที่ร๊อคอ่านะอาจจาไม่หนักมาก จาพยายามแต่งเรื่อยๆ ตอนนี้หานักร้องใหม่อยู่เรยยังไมได้ทำต่อ ช้านิดนึงนะพี่...

am^^ กล่าวว่า...

พี่'ปราย
หนูเคยลอกบทกวีบทนี้ส่งให้ชายหนุ่มด้วย
ไม่รู้ว่าเขาอ่านแล้วจะรู้สึกยังไง
คิดแล้วก็ิยิ้มๆ อ่ะเขิน
แต่รู้สึกดีมากๆ เลย
^^

aseptic กล่าวว่า...

เฝ้าดูอยู่นาน
เฝ้าดูอยู่เงียบกริบ
เฝ้าดูจนคิดว่า...สมควรเม้นต์ซ่ะที

......
ตามอ่านมานานค่ะและจะตามอ่านต่อไป

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ฮู๊ หู่ ฮู.... เพลงเพราะมากๆ


โคตรเหงาเลย
and a dead leaf in dead grass

ผมจำได้เสมอว่ารู้สึกกับงานทุกชิ้นของคุณอย่างไร
ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เสมอมา

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

บางครั้งกว่าคนเราจะรู้ว่าความสุขคืออะไร
ก็ถึงวันที่ใบไม้ใบสุดท้ายกล่าวอำลา
...
แต่อย่าลืมว่า
เมื่อไม้ผลัดใบ รู้ใช่มั้ย
ดอกไม้กำลังจะมา..

PLANKTON

'ปราย กล่าวว่า...

คุณ PLANKTON
คุณเริ่มจะเป็นกวีแล้วล่ะค่ะ :)

คุณนิรนาม
เนอะ ดิฉันก็ชอบตรงที่มันฟังแล้วสวยแบบเหงาๆ ดี
เก็บเพลงนี้ไว้นานแล้ว ไม่ได้ฤกษ์เปิดสักที
เพิ่งรู้สึกว่าเหมาะกับเรื่องนี้เหมือนกัน
เอาไว้ถ้ามีเวลา ดิฉันจะแปลเนื้อเพลงนี้มาลงบล็อกให้อ่านค่ะ
เป็นเพลงที่เนื้อเพลงสวยมากๆ อีกเพลงหนึ่ง
ชอบบบบบ :)

aseptic
อ่านเมนต์คุณแล้วขำดีค่ะ
ดีใจที่ทำให้คุณออกมาเมนต์ได้นะคะ

am^^
เอาบทนี้ให้หนุ่มๆ เหรอ
มันลาจากเลยนะนั่น
แล้วเค้าทำหน้าไงนะ

บอส
น้ำ น้ำแข็ง ตะกอน
พี่อ่านไปลุ้นไปน่ะ ลำบากเหมือนกันนะ เจ้าความทรงจำนี่
ว่าแต่เพลงของน้องนี่ ร็อคเลยหรือคะ
พี่ชักกลัวแล้วนะนี่ ฮ่า

เจมส์
ใช่เลยค่ะ มันจะมีฟีลลิ่งซึมเศร้าอยู่เสมอ ไม่มากก็น้อย
แต่ดิฉันชอบความรู้สึกนี้นะคะ
มันสวยๆ เงียบๆ มันไม่ทุรนทุรายดี
ไม่แสบเหมือนตอนที่(แผล)ยังสด :)

คุณ sea
อ่านที่คุณเขียนแล้วอดยิ้มไม่ได้
เพราะไม่ได้เห็นใครเขียนสำนวนแบบนี้มานานแล้ว
น่ารักดีค่ะ :)

lighthouse กล่าวว่า...

จู่ๆ ก็คิดถึงใครคนนึงที่ไม่ได้เจอกันมานานมากแล้ว แต่ก็ดันจำชื่อไม่ได้ซะนี่ จะไปหาอะไรใน google ที่เกี่ยวกับเค้าก็คงไม่ได้
ถามเพื่อนๆ ก็ไม่มีใครจำเค้าได้ ... แปลกใจมาก
คิดถึงคjt

am^^ กล่าวว่า...

หนูเขียนไปเพราะหนูต้องการตัดใจจากเขาอ่ะค่ะพี่
แงๆ
ตั้งใจว่าหลังจากนั้นจะไม่ติดต่อไม่ยุ่งด้วย
แต่ว่า
ตัดใจไม่ลง
เลยส่งไปอีกหลายบทเลย


อ่านเรื่องคุณไรท์แล้วเศร้านะคะ
ตอนหนูอ่านเจอในมติชนสุดฯ
ก็แบบว่าตกใจเล็กน้อยอ่ะค่ะ
แม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตก็ตาม

๋๋Jazzdog กล่าวว่า...

แอบอ่านในซอกมุมเล็กๆอยู่นาน

แต่ด้วยคิดถึง"คำ"ของพี่ปราย

เลยขอแวะมาทักทายให้หายคิดถึงค่ะ

ปล.ขอบคุณทีี่ทำให้ยิ้มทุกครั้งที่อ่านนะคะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ใจหายค่ะ
เพิ่งทราบวันนี้เอง
หมดคนเก่งไปอีกหนึ่งคน
เสียดายค่ะ

...

เมื่อตอนปีใหม่
เฟื่องได้สัมภาษณ์ภิกษุณีอเมริกันรูปนึงค่ะพี่ 'ปราย
ท่านเป็นภิกษุณีที่เป็นอาจารย์สอนหนังสือ
และศึกษาเกี่ยวกับเรื่องความตายในบริบทที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาในเอเชีย

เป็นหนึ่งชั่วโมงที่พูดเรื่องของ 'ความตาย' ล้วน ๆ
แต่เป็นหนึ่งชั่วโมงที่เรื่องความตายกลายมาเป็นเรื่องที่ธรรมดาที่สุด น่าสนใจที่สุด และน่าเสียใจน้ิอยที่สุด...

ตลอดการสัมภาษณ์...ท่านยิ้มตลอดเลยค่ะ
เพราะท่านว่าความตายเป็นเรื่องธรรมดา
และเราควรจะทำตัวใช้ 'ชิน' กับมันซะด้วยซ้ำ

เริ่มปีใหม่ปีนี้ ความหมายของคำว่า 'count down' ที่คุ้นชินเลยเปลี่ยนไปค่ะ
กลายเป็น 'counting down to death' แทน
ฟังดูโหด...แต่โคตรจะจริงเลยนะคะ :)

เฟื่องค่ะ

พอกลอน ซาเสียง กล่าวว่า...

ไม่มีความคิดเห็นอะไรครับ

แต่ต้องลงชื่อคนมาอ่านครับ

My Dear Space กล่าวว่า...

เคยคิดอยู่เหมือนกันว่าอยากตายตอนอายุ 40 ไวไปป่ะ ฮ่าาา

'ปราย กล่าวว่า...

My Dear Space
เร็วไปหน่อยมั้ยจ๊ะน้อง จะรีบปายหนายยยยย หืออออ..

พอกลอน
ขอบคุณสำหรับการลงชื่อค่ะ
น้องนี่น่ารักเสมอต้นเสมอปลายดีจริงๆ

เฟื่อง
อาชีพแบบนี้โชคดีนะ ได้พบ ได้คุยกับคนเจ๋งๆ อยู่เรื่อย
สำหรับ "มนุษย์" หรือคนธรรมดาอย่างเรา
ที่ยังชอบกินของอร่อย ยังชอบหวีผม ทาแป้ง
หรือส่องกระจกก่อนออกจากบ้าน
ถ้าจะคิดถึงความตายในมุมเดียวกับนักบวช
พี่รู้สึกว่ามันทำให้ "ปลง" มากไป จนหมดสนุกไปหรือเปล่านะ

ยอมรับว่า วิถีทางคิดและปฏิบัติแบบนักบวชที่แท้จริงนั่นแหละ
ที่เป็นหนทางไปสู่ความสุขสงบที่แท้จริง
ยังรู้สึกทึ่ง และยกย่อง คนที่เดินไปตามวิถีแบบนี้ได้
แต่สำหรับพี่ วันนี้ ตอนนี้ บอกตัวเองว่า ฉันขอเดินไปบนวิถีมนุษย์
โกรธในสิ่งที่สมควรโกรธ รัก ในสิ่งที่สมควรรัก คือยังมีกิเลสที่ไม่หนามากนักมาเป็นเครื่องย้อมใจให้ชีวิตมันมีสีสันบ้าง ปลงตกบ้าง ไม่ตกบ้าง น่าจะเหมาะแล้วกับความเป็นมนุษย์ แล้วเหมาะกะตัวพี่มากกว่า วันนี้คิดอย่างนั้นนะ ต้องขอบคุณเฟื่องที่บอกเล่าเรื่องดีๆ ให้คิดอะไรได้อีกเยอะเลย

Jazzdog
ต้องขอบคุณเช่นกันค่ะ
ที่แวะมาทักทายกัน

am^^
อ่านแล้วขำน้องจริงๆ
โธ่เอ๋ยยยยย
ผู้หญิงเราก็งี้ล่ะนะ
ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างแล้ว

lighthouse
แบบนี้เค้าเรียกว่า "ลืม"
หรือใกล้จะลืมอย่างสนิทแล้วล่ะค่ะ :)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

พี่ 'ปรายขา

ชอบกินของอร่อยนี่เป็นประเด็นค่ะ
เพราะขนาดวันนี้ไม่มีเวลามาก ก็ยังหาที่นั่งกินชิลลลลจนได้
แต่หวีผมกะทาแป้งนี่...ไม่ค่อยเข้ากะเฟื่องเท่าไหร่
เป็นประเภทปล่อยโทรม (และไม่ปล่อยก็โทรม) ค่ะ
555

เฟื่อง 'ปลง' ไม่เคยได้ค่ะพี่
เพราะยัง 'โกรธ' คนจนลมออกหูแบบในการ์ตูนได้เรื่อย ๆ
และยัง 'ปลื้ม' ใครต่อใครได้เรื่อย ๆ เหมือนกัน
แล้วมันก็เป็นไปของมันอย่างนั้น...
อย่างที่เฟื่องก็มีความสุขกับมันแบบพอสมควรค่ะ :)

ป.ล. อาชีพแบบนี้ดีจริง ๆ ค่ะ
การได้คุยกับคนเจ๋ง ๆ เป็นความสุข
กะว่าเรียนจบคราวนี้...
จะเอาตัวเองเข้าไปไกล้กะวงการนี้ให้ได้มากกว่าเดิม !
เพี้ยงงงงงงง

K.fang กล่าวว่า...

รักภาษาของเขาจัง

อ่านแล้วมันรู้สึกสะเทือน ๆ

Namrin กล่าวว่า...

อ่านแล้วก็แอบเศร้าแฮะ ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องความตาย ก็คิดเสมอว่ามันเป็นสัจจธรรมของชีวิต
"ทุกสิ่งย่อมไปเป็นไปเฉกเช่นนั้น"
แล้วก็คิดว่า ถ้าถึงเวลาจริง ๆ อาจจะต้องเศร้ามากแน่ๆ เลย

แต่ว่านะ คิดมากไป เดี๋ยวตอนตายเสียใจแย่
ตอนนี้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ไปเลยดีกว่าเนอะ

oporlesion กล่าวว่า...

กรี๊สสสสสสส...
อะไรกันนี่ ขอโทษนะค่ะ ไม่ทราบว่าใช่พี่ปรายหรือป่าว
แบบว่า ไม่เชื่อว่าจะได้เม้นจากพี่ แต่ถ้าไม่ใช่ก็ไม่เป็นไรแต่อยากให้รู้ไว้ว่าพี่ ทำให้ปอได้รู้จักบทความพี่ปราย พันแสงมากขึ้น เนื่องจากแฟนเก่าปอชอบพี่อ่านหนังสือของพี่ปราย จนทำให้พอรู้จักอยู่บ้าง "แต่ไม่เคยอ่าน" แต่ตอนนี้ขอเม้นก่อนแล้วจะอ่าน สัญญา 555+ มันตื่นเต้นใจสั่นยังไงไม่รู้ ดีใจด้วย ว่าอะไร ๆ ที่เราคิดไว้ สักวันจะได้เจอ ได้รู้จัก ขอบพระคุณอย่างแรงนะค่ะ "อย่างน้อย Leslady" ก็ทำให้ปอรู้จักกับพี่อะนะ ดีใจและใจดีสุด ๆ ปอจะเอาคุณพี่ คุณเพื่อน คุณเธอ "เย้ยยยย" คุณพี่ปราย คุณใคร ๆ ขึ้นสาวกเป็นรเพื่อนปอเลย ดีไหม 55+

'ปราย กล่าวว่า...

oporlesion
"แฟนเก่าชอบอ่านหนังสือพี่'ปราย"
แหม .. อ่านแล้วอึ้งๆ เหมือนกัน
ควรจะดีใจหรือเสียใจดีนะเนี่ย
หนังสือพี่เนี่ย
เอาเป็นว่าอ่านไม่อ่านไม่ว่ากันค่ะ
ตามสะดวกเลยนะคะ ไม่ต้องคิดอะไรมาก
น้องน่ารักดีนะ ตื่นเต้นจนพี่เกือบเคลิ้มแน่ะว่าเป็นคนสำคัญพอที่น้องจะตื่นเต้นได้ขนาดน้านนนน นิ ยินดีที่ได้พบกันค่ะ :)

Namrin
ถูกแล้วค่ะ
ตอนนี้ยังไม่ตาย ต้องใช้ชีวิตให้คุ้ม

K.fang
หมายถึงไมเคิล ไรท ใช่ไหมคะ
เห็นด้วยค่ะ งานเขียนของเขามันอ่านแล้วจี๊ดๆทุกที
ประมาณเจ็บปนคัน :)

เฟื่อง
วงการหนังสือเนี่ย มันก็มีเสน่ห์ดีอยู่หรอกนะ
แต่ถ้าจะเข้ามามากกว่านี้
พี่อยากบอกว่า คิดใหม่อีกทีได้นะน้อง ฮ่า

aseptic กล่าวว่า...

แอบปลื้มน่ะนี่ ที่ทำให้พี่ 'ปราย ขำได้


สารภาพ...

รู้จักพี่ 'ปราย จากหนังสือ ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา
และเข้าใจว่า 'ปราย พันแสง เป็นผู้ชายมาตลอดเลย
รู้ความจริงก็ตอนมาเจอบล๊อกพี่นี่แหละ แอบอกหักเล็กๆ
แต่ก็มานั่งคิดอีกว่า ผู้ชายที่ไหนจะโรแมนติกขนาดนี้

จริงๆ อยากเม้นต์มานานมากแล้วค่ะ
แต่พอพิมพ์คอมเม้นต์เสร็จทีไร
ก็ไม่ได้กดส่งความคิดเห็นทุกที
จะนั่งแช่ มองคอมเม้นต์ แล้วปิดหน้าเวปไป
อารมณ์ประมาณ จดหมายที่ถูกเขียน แล้วไม่ได้ส่ง


ได้เม้นต์บล๊อกพี่แล้ว ตายวันนี้หนูก็ไม่เสียดาย
แต่...ขออยู่ตรงอีกสัก 50 ปีได้ไหม
อยากเห็นหิมะตกที่เมืองไทย ^_^

cat dog กล่าวว่า...

ยิ้ม

กะปอมทะยานฟ้า กล่าวว่า...

ได้ยินเพลงแนวนี้..อีกที..ตรงนี้
แว่วๆเหมือน อารมณ์เดินกลับเข้าไป
ใน"ร้านเล่า"(ถนนนิมมานฯ)ที่เชียงใหม่อีกครั้ง
เป็นร้านหนังสือ art gallery และที่พักชั้นบน
ห้องพักน่ารัก มีหนังสือให้อ่านด้วย
เจ้าของร้านก็ใจดี
พี่ปรายเคยแวะไปฤยังคะ
บรรยากาศอุ่นๆ กรุ่นๆ
เดินเข้าไปแล้วไม่อยากจะเดินออกเลย ^^

moomi กล่าวว่า...

หูๆๆๆๆๆๆๆ
เพลงเพราะค่ะ
ชอบๆๆๆๆๆๆ

ชื่อเพลงไรหามาจากไปนอ่าค่ะ

พี่ฟังเพลงแนวนี้เยอะไม๊ค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

พี่ปราย,
มันเป็นความเป็นจริงของชีวิตเนอะพี่ เวลาสูญเสียสิ่งที่เรารัก สิ่งที่เรารู้สึกดีดี มันเศร้ามาก.....ก เวลาจะช่วยบรรเทา ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่า จะใช้เวลามากน้อยต่างกันเท่าไหร่ มีภูมิคุ้มใจกันแค่ไหน อย่าเศร้านานนักนะคะพี่ เพราะชีวิตเรามีเรื่องเศร้าอีกเยอะเลย
คิดถึงพี่นะเนี๊ยะ ไม่ได้เข้ามานาน งานยุ่งค่ะ
บุญรักษาค่ะพี่/okibuta

oporlesion กล่าวว่า...

พี่ปราย ปอยินดีและอยากจะให้พี่ตื่นเต้นไปกับปอ 555+
เริ่มๆ เป็นสำนวนอะไรสักอย่างไหม้ มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อมากกว่าอ่ะ
รู้สึก งง หลังจากกลับมาจากเชียงใหม่ ปอรีบกลับบ้านมาเผื่อที่จะดูว่า
พี่อัพบล๊อคหรือยัง 55+ "แต่เชื่อได้ว่าพี่คงยังไม่มีเวลา" ไปเชียงใหม่
คนเงียบ ถนนไม่เงียบนะพี่นะ บรรยากาศเจอแต่ฝรั่งหลายสัญชาติ
แต่ที่สนใจที่สุด และชอบที่สุด ภาพวาด พี่เชื่อไหม เสาตึกที่กาดสวนแก้วอ่ะ เค้าวาดภาพพวก อารดินอะไรประมาณนี้ ปอแอบถ่ายมาหมดเลย 55+ แอบถ่ายแบบกระมิดกระเมี้ยนสะด้วยน่ะ หุหุ ทริปนี้ไม่สนุกเพราะว่าไปกับที่ทำงาน แต่สนุกที่ได้คุยกับพี่ทางนี้ม๊ากกกกกกกกก
(เชื่อไหมว่ามากจริง ๆ)

'ปราย พันแสง กล่าวว่า...

oporlesion
กำลังจะบอกว่าพี่กำลังวางแผนไปเชียงใหม่อยู่อย่างมุ่งมั่นเลย ในขณะที่ใจเดินทางล่วงหน้าไปนานแล้วว ดีใจนะคะ ที่ได้พบกัน ได้คุยกันแถวนี้ มีดองบล็อกบ้าง ก็อย่าเพิ่งเบื่อกันนะ :)

okibuta
หายไปนานจริงๆ ด้วย
แต่เห็นชื่อน้อง ก็นึกถึงงานหนังสือเดือนมีนาที่กำลังจะถึงนี่แฮะ
ไม่รู้ทำไมนะ น้องสบายดีนะคะ

moomi
ชอบเพลงหรือคะ
ดีใจที่ชอบค่ะ
หาเพลงหรือคะ พี่ก็คลิกฟังไปเรื่อยๆ น่ะค่ะ
จริงๆ ตอนนี้ไม่ค่อยมีแนวเพลงแล้วค่ะ
ฟังมั่วไปหมดเลย :)

น้องกะปอมทะยานฟ้า
เคยผ่านว้อบแว้บ แต่ยังไม่เคยเข้าไปเลยค่ะ
แต่เข้าใจบรรยากาศแบบนี้ดีมากเลย
เอาไว้จะแวะไปจริงจังบ้างค่ะ

cat dog
ขอบคุณที่แวะมายิ้มค่า
ไม่เจอกันนานเลย สบายดีไหมจ๊ะ

aseptic
เวลามีคนบอกว่าพี่โรแมนติกนี่
พี่จะสยองทุกทีเลยนะ ไม่รู้ทำไม ฮ่า
พูดถึงหิมะตกในเมืองไทย
พี่ว่าอาจจะไม่นานเกินรอนะ
พี่ว่ามันตกแน่เลย เนอะ

thanapornne กล่าวว่า...

สวัสดีค่ะ

ชอบบทกวีของพี่มากมายจริงๆเลยค่ะ

ู^^

am^^ กล่าวว่า...

หนูสบายดี
ส่วนพี่คนนั้น
แต่งงานไปเรียบร้อย
^^

LonelyGrayWorld กล่าวว่า...

ใช่...ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป จะไม่ต้องมีเรื่องแย่ๆ มารกสมองอีก ส่วนเรื่องดีๆ ก็ไม่อยากจะอินกับมันมาก เพราะ เมื่อมันจะจากไปก็จะเจ็บหนัก...ทุกอย่างไม่เที่ยงจริงๆ

เมื่อก่อนพอมีเรื่องขัดใจอะไร ก็ต้องไปเขียนระบายเวิ่นเว้อไว้ในบล็อค แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วกลับไปอ่านอีกทีจะรู้สึกงี่เง่าและบั่นทอนอารมณ์มาก ขนาดตัวเองเขียนเองยังไม่อยากอ่านเลย แล้วจะนับประสาอะไรกับคนที่(ซวย)ผ่านมาอ่านเจอ เค้าคงถูกบั่นทอนความสุขไปด้วยแน่ๆ สุดท้ายเราเลยลบสิ่งแย่ๆออกจากบล็อคทั้งหมด...อืม ดูสะอาดขึ้นเยอะเลย

รับสมัครงาน Lonely Pai Google Chrom

............... ...................................................................................................................... ................ ................................................................................................. .................. .................. ........... *มีข่าวฝากฝากข่าวจาก พี่อ้อม เชียงใหม่ เจ้า รับสมัครทีมงานเช่นกัน “ร่วมสร้างปรากฏการณ์ สร้างสื่อใหม่รับใช้คนเมือง มาร่วมกันเริ่มต้นจากศูนย์ สู่อนาคตที่ไม่รู้ว่าอะไรรออยู่ นักข่าวใจถึง +นักการตลาดมือฉมัง ที่ใจพร้อม กายพร้อม ไม่มีความกลัวเป็นเพื่อน" ส่งรายละเอียดตัวตน ผลงาน เพื่อนัดสัมภาษณ์ มาที่อีเมล์ thaijournalist@gmail.com” เจ้า!
...............
....................
*วิกฤติหวัด 2009 ที่เราทุกคนต้องรู้และป้องกันตัว
......................
**มีปัญหาในการเข้าอ่านบล็อกนี้ลองดาวน์โหลดว็บเบราว์เซอร์ใหม่
ของ Google Chrom (ตอนนี้ก็ไม่ค่อยใหม่แล้ว) ลองใช้งานดูนะคะแรกๆอาจไม่ชินเหมือนใช้ IE แต่ใช้ไปสักพักจะรู้เลยว่าดีกว่า
ดาวน์โหลดตามลิงค์ Google Chrom ได้ค่ะ

PAI--LOW SEASON, HIGH SPIRIT 1

'ปาย'ฝันที่ไม่ได้ฝัน

...กลางฤดูฝ

เมื่อคุณใช้ชีวิตบนโลกนี้มาสักช่วงหนึ่ง ผ่านพบความเป็นไปของโลกมาแล้วพอสมควร คุณจะรู้เลยว่า ชีวิตคนเรานั้นไม่ต้องการอะไรมากมาย นอกจากแค่อยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองของมัน แค่อยากให้ทุกอย่างอยู่ในที่ทางของมัน โดยไม่ต้องรีดเค้นจากตัวเองหรือใครให้มากมาย คลิกอ่านต่อ

............ คนอ่าน

So Proud to Present

So Proud to Present มืออาชีพ ไม่รู้จักคำว่าออกตัว :) Last update : July 18-2009 ....วันก่อน บรรณาธิการคนหนึ่งของฟรีฟอร์ม ต้องติดต่อกับนักเขียนใหญ่ชื่อดัง เธอออกตัวไว้ในจดหมายบางเรื่อง กับการเป็นบรรณาธิการมือใหม่ของเธอ พอดีเธอส่งจดหมายมาให้อ่านก่อน ฉันก็เลยตัดทิ้งไปหลายคำ ส่วนที่ตัดไปเธอไม่ว่าอะไร--แต่เธอติดใจว่าทำไมเธอจึงออกตัวบ้างไม่ได้"การออกตัวคือการถ่อมตัว ทำไมวงการนี้ต้องโชว์พราวด์ใส่กันเหรอ" เธอว่ามาอย่างนั้นฉันก็เลยต้องอธิบายให้เธอฟังยืดยาว พราวด์หรือเพราด์ของเธอมาจากภาษาอังกฤษคำนี้ Proud \ Proud\,Feeling or manifesting pride, in a good or bad sense; as:(a) Possessing or showing too great self-esteem;overrating one's excellences; hence, arrogant;haughty; lordly; presumptuous.[1913 Webster] …..คลิกอ่านต่อ

ของมันแตกได้ , รงค์ วงษ์สวรรค์

บทรำพึง...
คิดถึงคนบางคน
ที่กำลังจิบไวน์บนฟ้า.. ภาพจาก tuneingarden.com
Last update: July,04-2009 ......................
ใครเขียนหนังสือมาบ้างจะรู้ เวลาไม่ได้เขียนอะไรนานๆ มันจะฝืด อาปุ๊-'รงค์ วงษ์สวรรค์ เคยพูดกับฉันว่า "ตอนอาหนุ่มๆ นะ อาเขียนชิบหาย คิดอะไรหน่อย เห็นอะไรหน่อย อยากเขียน แล้วก็เขียนออกมาได้มหาศาล บางทีกลับไปอ่าน ยังรู้สึกว่ามันต้องแก้ตรงนั้นแก้ตรงนี้ คือสมัยหนุ่มจะแรงดี แต่งานเขียนอาจจะไม่ค่อยดีเหมือนตอนแก่"...ฉันก็ว่า "อุ๊ย อา ยิ่งดีสิคะ ยิ่งแก่ยิ่งเขียนกระจายไปเลยสิ ดีจะตาย"แต่อาปุ๊ตอนนั้นนั่งรถเข็นมาร่วมงานหนังสือมติชนที่เชียงใหม่ตอบฉันว่า"ตอนแก่นี่ ความคิดดีๆ มันเยอะก็จริง แต่ไม่ค่อยมีแรงเขียนว่ะ"...คลิกอ่านต่อ.............. ......... *... ...คนอ่าน .........47 ความคิดเห็น
............................................................
............................................................
............................................................
............................................................
...........................
ของมันแตกได้ ...ย่อมแตก
เคยมีสักวันหรือเปล่า ที่คุณถามตัวเองว่า "ตรูทำบ้าอะไรลงไปฟระเนี่ย" ฉันลองมานั่งนึกดู วันนี้เป็นความบ้าแห่งชีวิตฉันโดยแท้จริง ---แล้วมันก็ทำให้ฉันนอนไม่หลับอีกต่างหาก บอกตัวเองแล้ว--ต้องท่องคำว่า "ช่างแม่ง!" --- ให้ขึ้นใจ แล้วเอ็งจะมีชีวิตบนโลกนี้อย่างมีความสุข เอาเข้าจริง มันก็ "ช่างแม่ง" ไม่ได้ทุกทีหรอก..........คนอ่าน

โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ - หวงเยวี่ยน

น้ำตาแชมป์โลก... โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์
Last update : June,10-2009
เมื่อคืนก่อน (June,7-2009) มีการถ่ายทอดสดแข่งขันเทนนิสรอบชิงชนะเลิศ French Open 2009 ประชันฝีมือชั้นเทพระหว่างโรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ กับ โรบิน โซเดอร์ลิง นักเทนนิสดาวรุ่งมือวางอันดับ 23 จากสวีเดน รอบนี้ ถึงแม้จะพ่ายแพ้เฟดเดอเรอร์ แต่โซเดอร์ลิงก็เลื่อนพรวดข้ามชั้นมาเป็นมือวางอันดับ 12 ของโลกแล้วตอนนี้ ใครนั่งดูอยู่เหมือนกันล่ะก็..เราอาจจะรู้สึกเหมือนกันนะ ว่ามันเป็นการดูการแข่งขันเทนนิสที่สนุก ระทึกใจเป็นที่สุด จนแทบไม่อยากจะลุกหนีจากหน้าจอไปไหน แม้กระทั่งจะลุกไปเข้าห้องน้ำ....... คนอ่าน
.................................................
..............................................................
................................................................ ............
อีกวันหนึ่งกับหวงเยวี่ยน และอื่นๆ อีกมากมาย “ระเบิดแห่งความสุข” ถูกจุดขึ้นตอนบ่ายสองกว่าๆ ของวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม ในซอยทองหล่อ 10 ณ ร้านหนังสือบุ๊คมาร์คของ The Third Place เราจึงเชื่อว่ามิตรภาพจากคนแปลกหน้าสามารถสร้างเสียงหัวเราะได้จริง ซึ่งเป็นงานเปิดตัวหนังสือเล่มล่าสุด”ผู้ชายเหมือนระเบิด” จากฟรีฟอร์มสำนักพิมพ์ ..... คนอ่าน

ฉันฝันว่าฉันฝัน

I I Dreamed a Dream ซูซาน บอยล์ ฉันฝันถึงความฝันในวารวันที่ผ่านเลย ยามที่เคยวาดหวังไว้ยิ่งใหญ่ ยามที่ชีวิตยังมีความหมาย ผนึกต่อลมหายใจในกายา ฉันเคยฝันว่าความรักนั้นไม่เคยตาย ฉันเคยฝันว่าพระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ยังเมตตา เมื่อครั้งที่ฉันเยาว์และหาญกล้า..ฉันปั้นฝันนั้นมาแล้วทิ้งไป ...

วันชาติชาวหนอน

แล้วเราก็เจอกัน ในวันชาติของชาวหนอน ปีนี้ฟรีฟอร์มเพิ่งมีบูธเป็นของตัวเอง หลังจากที่ไปฝากบูธอื่นขายมาหลายรอบ บูธเราเป็นบูธเล็กๆ ขนาดสองคูณสามเมตร ที่ทางผู้จัดงานใช้พลาสติกใสๆ มากั้นเป็นล็อกๆ ให้เราใช้วางหนังสือจำหน่ายในงาน บูธเล็กขนาดนี้ต้องใช้เวลาจัดอยู่ตั้งหลายชั่วโมง......คนอ่าน

สิ่งที่เรียนรุ้

............ บ
สิ่งที่ข้าพเจ้าเรียนรู้จากวันนี้ พวกเราทีมงานฟรีฟอร์ม อยู่โยงเฝ้าออฟฟิศกันดึกดื่นเพื่อเก็บงานหนังสือชุดสุดท้ายส่งโรงพิมพ์ ซึ่งกว่าจะเสร็จสิ้นก็ปาเข้าไปเกือบตีสอง
...
ช่วงนี้ ฉันออนเอ็มเอสเอ็นเกือบทั้งวันทั้งคืน แต่ไม่ค่อยได้คุยกับใคร นอกจากส่งลิงค์ ส่งไฟล์งาน ให้คนทำกราฟิคที่นั่งอยู่ในห้องเดียวกัน (ซะงั้น) บางคนเข้ามาคุยด้วย แต่ไม่ได้คุยตอบ ก็งอนกันไปหลายราย...คนอ่าน

...................
.................

รักเธอ กอดคนอื่น

สิบปีล่วงแล้ว....รักเธอ....กอดคนอื่น ถ้อยคำที่ผู้คนมักเข้าใจผิด!.ถ้าคุณค้นหาคำว่า"รักเธอ.กอดคนอื่น"ในกูเกิ้ล.มันจะมีมากกว่า.172,000.ลิงค์-ปุจฉาวิสัชนา.ว่าด้วยไม่รักก็กอดไม่ลง?ได้กอดทุกคนที่รัก?รักทุกคนที่กอด?--เอ๊.ยังไง?.. คนอ่าน

Bird in the tree

นกบนกิ่งโมก ยามบ่ายในฤดูฝนอบอ้าวนัก ฉันตัดสินใจอาบน้ำอีกรอบแล้วนอนหลับเสียให้เข็ด การนอนนอกจากจะเป็นการพักผ่อนดีที่สุดแล้ว.มันยังเป็นการ‘หนี’ทุกอย่างได้ดีที่สุด... ...คนอ่าน

pooh

แค่อยากรู้ เธอยังไม่ลืมฉัน.ภาพมิตรภาพแสนซื่อ.ขณะพิกเล็ทเดินตามหมีพูห์ต้อยๆ.รอยเท้าคู่เล็กๆ.ย่ำไปบนหิมะ.เคียงข้างกับรอยเท้าของพูห์ไปตลอดทาง.เป็นความอบอุ่นในหัวใจที่ทั้งสองทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง

The Road Not Taken

ว่าด้วยวิธีเดินทางในเส้นทางที่ไม่ค่อยมีคนเดิน.:).ยามใดที่ชีวิตต้องมีเรื่องให้คิดถึงบทกวีบทนี้.สิ่งที่รบกวนจิตใจฉันเสมอก็คือ“ชื่อ”ของบทกวีบทนี้...ฉันมักสงสัยว่าทำไมโรเบิร์ต.ฟรอสต์.จึงให้ค่ากับ“ทางที่ไม่ได้เลือก”ถึงเพียงนี้…ชื่อของมันน่าจะเป็น...

drink

คุณดื่มวงการไหน?.เราคบกัน คุยกัน กินดื่มด้วยกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อกันบ้าง ช่วยเหลือกันบ้างบางที ตามความรู้ความสามารถ ตามกำลังที่มี เท่าที่รู้เท่าที่เห็น หลายสิบชีวิตในวงการนักเขียนที่ฉันคลุกคลี ล้วนแล้วแต่มี..

HNY 2007

สิ่งที่ชีวิตน้อยๆ.ของข้าพเจ้าได้เรียนรู้ในรอบปีที่ผ่านมาวัฒนธรรมการอ่านของมนุษย์ออนไลน์นั้นไม่ค่อยสร้างสรรค์เท่าไหร่เลยค่ะ อาจเป็นเพราะชินกับการอ่านของฟรีมากไป จนไม่รู้สึกว่าต้อง"จ่าย"อะไร.แม้แต่คำทักทายกันสักคำ

Sriburapa

บ่ายวันหนึ่งในบ้านศรีบูรพา..เรื่องบางเรื่องในโลกเรา บางทีก็แปลกดี ฉันเพิ่งตอบคำถาม นิตยสารไฮคลาส ไปเมื่อไม่นานนี่เอง เกี่ยวกับนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้...คนสัมภาษณ์ถามฉันว่า ...

paradise lost

PARADISE LOST:จิมมี่ เลี่ยว.พาราไดส์.ลอสต์-เป็นเรื่องราวมิตรภาพความผูกพันของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตจำนวนหนึ่ง (จะเรียกว่าคนก็กะไร เพราะบางอย่างก็เหมือนจะไม่ใช่)มารวมตัวกันอยู่ในดินแดนหนึ่ง ที่ซึ่งพวกเขาทุกคนล้วนเข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่างดี แต่ละชีวิตมีปมด้อย มีบาดแผล มีความพิการ มีความบกพร่อง จนทำให้โลกภายนอกปฏิเสธพวกเขา แต่ในดินแดนพาราไดส์ลอสต์แห่งนี้ ทุกชีวิตมีอิสระเสรี เพราะมีผู้ที่เข้าใจ [คลิกอ่านต่อ]

เขียน เขียน และเขียนต่อไปเถิด

เขียน...เขียน...และเขียนต่อไปเถิด.เมื่อวานรื้อกรุสมบัติที่บ้าน.เจอเศษกระดาษเหลืองกรอบแผ่นหนึ่ง.เป็นชิ้นส่วนที่ฉีกออกมาจากนิตยสาร.Writer’s.Digest.ปี 1991 ว้าว!ฉันเก็บเจ้าเศษกระดาษชิ้นนี้มาสิบแปดปีแล้วหรือนี่... คนอ่าน

Kylie X Tour2008

ช้านร้ากเธอ...ไคลี่ มิน็อกซ์ la ..la..lala บันทึกหลังควันจางๆ จากข้างเวทีไคลี่เอ็กซ์ Kylie X 2008 World tour live in Bangkok 23 Nov.2008 อิมแพค เมืองทอง.. ...คนอ่าน

Poomsaron

ภูมิซรอล อ่านว่า พูม-สะ-รอน -เพลงใหม่คาราวาน จากอัลบั้ม โลกร้อนคนละลาย 2 คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา คนข้างเคียงชวนไปชม "คอนเสิร์ต คาราวาน โลกร้อนคนละลาย ครั้งที่ 2"...คนอ่าน

ban jim party

อำนาจนักอ่าน,อภินิหาริย์เจ๊ดัน:). เมื่อทีมงานนิตยสารฟรีฟอร์ม.ร่วมมือร่วมใจกันปิดร้านสรรพรสเพื่อเลี้ยงขอบคุณ"พี่เจี๊ยบ"กฤติยา.กาวีวงศ์ ผู้อำนวยการหอศิลป์.Jim Thompson Art Center พร้อมทีมงาน

dream

คนล้าฝัน...คนล่าฝัน.ส่งหนังสือเข้าโรงพิมพ์แล้ว.จึงถือเก็บกวาดหน้าจอ.เจอภาพแปลกๆ.ภาพนี้เป็นบรรยากาศช่วงปิดเล่ม.จะเห็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของกองบก.นิตยสารฟรีฟอร์มนั่นคือการได้ถ่ายภาพหมู่ร่วมกันตอนตีสี่

friday club

รัฐธรรมนูญห้าศูนย์&กีตาร์ห้าสาย& มหาวิทยาลัยวันศุกร์.ที่นั่งประจำของชมรมเราฯ.คับคั่งด้วยแขกเหรื่อแมนล้วนเต็มโต๊ะ.เป็นผู้เยี่ยมยุทธ์จากรั้วจามจุรีและท่าพระจันทร์.ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ไชยันต์.ไชยพร,อาจารย์วีระ.สมบูรณ์,อาจารย์แซม ฯลฯ

perfectionist

วันเซ็งๆ.และเพอร์เฟ็คท์ชั่นนิสต์ผมม้า? เซ็งเป็ดมากค่ะ เลยนั่งดูโฆษณาพาเพลิน โฆษณาเดี๋ยวนี้เขาทำดีมากนะ ได้ยินมาว่าบางคนหาเงินจากการทำโฆษณาเพื่อเอาไปทำหนังไทย.เจ๊งค่ะเจ๊ง.

Gen X-Gen Y

โทษที!.วันนี้ คุณวาดการ์ตูนแล้วหรือยัง?.สองวัน ใช้กระดาษขาวหมดไปแล้วยี่สิบสองแผ่น ไม่อยากเลยเชื่อว่าจะต้องมานั่งหัดวาดการ์ตูนกับเขาล่วย.. ...คนอ่าน

.................
................
...........................
............................
.............................................................................
.........................................................
........................................
...................................................
..........
................ .
บันทึกใบไม้...หากมีเวลาคอยเฝ้าดูนานพอ เราจะเห็นใบไม้ร่วงจากคาคบอย่างเงียบกริบ หล่นร่วงลงทอดตัวนิ่งสนิทแนบชิดผืนหญ้า สิ่งที่เป็นของเราก็คือไม้ยืนต้นไร้ใบกับใบไม้ร่วงอยู่บนผืนหญ้า... ...คนอ่าน

'ปราย พันแสง พ็อคเก็ตบุีค

พ็อคเก็ตบุ๊คเกือบทุกเล่ม
ของ 'ปราย พันแสง
มีจำหน่ายที่สำนักงานฟรีฟอร์ม
โทรศัพท์ 0-2664-4256-7,08-5664-9612
โทรสาร 0-2664-4259
..................................................................................................................................................................................
..........
รวมพ็อคเก็ตบุ๊ค
'ปราย พันแสง
พ็อคเก็ตบุ๊ค'ปราย พันแสง
.........
..