Last update : 04 March 2009
............

แต่ถ้าใครเคยได้อ่านหนังสือ"จดหมายรักยาขอบ"อาจต้องคิดใหม่ เพราะตัวคุณเองอาจเป็นคนเอ่ยถ้อยคำล่อแหลมเหล่านี้เสียเอง--เหมือนฉัน
ธรรมดาของนักเขียน นักประพันธ์ ถ้าเจอคู่เขียนจดหมายรักตอบโต้ที่คู่ควรแล้ว จดหมายรักของพวกเขามักจะสวยงามบรรเจิดเพริศแพร้ว มีเสน่ห์ชวนอ่านชวนหลงใหล มีคุณค่าทางวรรณศิลป์ไม่น้อยไปกว่างานเขียนประเภทอื่นเลย
ในงานเขียนชื่อ "เรื่องไม่เป็นเรื่อง"ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารปิยมิตรรายสัปดาห์ ยาขอบเขียนไว้ว่า "จดหมายรักมีตั้งปี๊บ จะจุดอารมณ์ให้คุขึ้นด้วยไฟสวาท อ่านเรื่อยมาทีละราย จนมาพบรายที่ข้าพเจ้าอายุ 32 ปี และเธอเพิ่ง 20 กำลังสะพรั่ง ด้วยแตกเนื้อสาวได้พบยอดรักอีกครั้ง หลังจากสิบปีก่อนที่บังอาจรักผู้หญิงที่แก่กว่าเมื่ออายุ 22.."
สาว "เพิ่ง 20" ที่ว่านี้ก็คือ พนิดา ภูมิศิริทัต ส่วนผู้หญิงแก่กว่าที่ยาขอบพูดถึงนั้น ฉันเข้าใจว่าเป็นคนเดียวกับที่ยาขอบเอ่ยถึงในจดหมายรักฉบับหนึ่งของเขาว่า
รักที่สุดคือ "พี่เมีย" นี่นะ-ร้ายไหม
จดหมายรักระหว่างนักประพันธ์เอกผู้รุ่งโรจน์ประจำยุคสมัยอย่าง "ยาขอบ" กับนักเรียนการประพันธ์สาวสวยอย่าง "พนิดา" มีสีสันบรรเจิดใจจริงๆ คู่นี้มีความรักในการเขียนหนังสือเหมือนกัน
ความรักที่มีต่อกัน ความอ่อนไหว ความละเอียด ละเมียดละไม ต่อความรู้สึกนึกฝันของตน ประกอบความจัดเจนในการ"ถ่ายหัวใจ"ออกมาเป็นตัวอักษร จึงทำให้จดหมายรักระหว่างเขา-เธอเพริดแพร้วพรรณรายเป็นอย่างยิ่ง
ฉันอ่าน “จดหมายรักยาขอบ” ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน จำได้ว่า เกือบตายแน่ะ กับถ้อยคำหวานคมในหนังสือเล่นเอาฉันหายใจไม่ออก ต้องออกไปสูดอากาศพักหายใจอยู่หลายหน เมื่ออ่านจบชีวิตฉันก็เปลี่ยนไปด้วยการชงกาแฟไม่เติมน้ำตาลอยู่เป็นเดือนๆ เชียวละคุณ
นอกจากได้เจอ "คู่เขียนที่คู่ควร" แล้ว เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ทำให้จดหมายรักของยาขอบ-พนิดา รุ่มร้อนเร้าใจน่าติดตามคงจะเป็นเพราะอุปสรรคความรักใหญ่หลวงที่คู่รักคู่นี้ต้องเผชิญเรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า "ใช่ว่าดอกฟ้าทุกดอกจะโน้มกิ่งลงมาให้หมาวัดเด็ดชมสำเร็จทุกรายไปนี่นา"
ตอนลุ้นว่าจะเด็ดได้-ไม่ได้นี่แหละ ที่เร้าใจนัก
ในจดหมายที่ยาขอบเขียนถึงพนิดา มักจะแฝงความรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยน้อยค่า ขณะที่เห็นว่าฝ่ายหญิงนั้นสูงส่งสุดเอื้อมตลอดเวลา คราวหนึ่ง...ยาขอบถึงขนาดใช้สำนวนว่า "ฉันเป็นคนชั่วช้าที่รักคุณ" กับพนิดาเลยทีเดียว
ไม่แน่ใจนักวาเป็นแค่ "สำนวน" เพื่อแสดงความยกย่องฝ่ายหญิงเท่านั้นหรือไร เพราะเท่าที่อ่านเบื้องหน้าเบื้องหลังชีวิตยาขอบในช่วงนี้ ฉันไม่ค่อยรู้สึกว่าเขาเป็น "หมาวัด" เท่าไหร่นัก เนื่องว่ามีเกียรติยศชื่อเสียง มีศักดิ์ศรีของเขาพอตัวอยู่
ดังในจดหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งยาขอบวาดฝันถึงอนาคตที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับพนิดาว่า เขาจะเริ่มออมเงินจากเงินเดือน และเงินจากการเขียนหนังสือ "ผู้ชนะสิบทิศ" เพื่อสร้างเรือนหอ "กระท่อมสัปรังเคหลังหนึ่ง ซึ่งพอจะอยู่ได้อย่างน้อยก็สักปีสองปี จนกว่าจะหาดีๆ อยู่ใหม่"
ยาขอบจะตั้งชื่อเรือนหอหลังนี้ติดไว้ตรงทางเข้าบ้านว่า "กระท่อมผู้ชนะ"
ยาขอบเขียนบอกพนิดาว่า "คนคงคิดว่า ฉันตั้งชื่อมันจากเรื่องที่ทำเงินให้แก่ฉัน แต่ความจริงไม่ใช่ ฉันหมายถึงเจ้าของกระท่อมนั้นได้ชนะสิ่งหนึ่งซึ่งร้อนอยู่ในดวงใจเขาเอง"
ทั้งยังพูดถึงความสำเร็จในงานเขียนตัวเองให้พนิดาฟังในจดหมายอีกฉบับว่า "ฉันคุยได้อย่างไม่กระดากปาก หรือกลัวใครว่าโม้เลย ไม่มีนักเขียนในเมืองไทยที่ถือการเขียนเป็นอาชีพจริงจังจะทำตัวหนังสือให้เป็นเงินได้ในระยะนี้เหมือนฉันเลย"
ส่วนอีกฉบับก็บอกว่า "ฉันเขียนหนังสือถึงดา ได้ตัวหนังสือรวดเร็วจนประหลาด เดี๋ยวหน้า เดี๋ยวหน้า ถ้าแต่งเรื่องรวดเร็วอย่างนี้รวยตาย"
นั่นแสดงว่ายาขอบประสบความสำเร็จรุ่งโรจน์ในเส้นทางนักเขียนของยุคนั้นแล้ว ชื่อดังออกอย่างนั้น จะต่ำต้อยได้อย่างไร หากจะต่ำต้อยอยู่บ้าง คงเป็นเพราะว่ายามนั้นยาขอบมีภรรยาแล้วมากกว่า
ไม่ใช่คนเดียว แต่ภรรยามีอยู่แล้วถึง 4 คน!
ไม่ได้เขียนผิด-ไม่ได้นับผิด
ตอนจีบพนิดา ยาขอบมีเมียอยู่แล้ว 4 คนจริงๆ
พนิดาเองทั้งรู้อยู่เต็มอก แต่ก็มีใจให้หนุ่ม 32 เมีย 4 คนนี้อยู่ดี เธอเคยฉะอ้อนถามยาขอบว่า "รู้ไหมคะ ทำไมดิฉันจึงรักคุณ"
ยาขอบได้ยินคำถามนี้ก็เป็นอึ้งไปเหมือนกัน เขาบอกกับคนอ่านว่า "เราไม่ใช่คนรูปสวยรวยทรัพย์ หาคำตอบไม่พบว่า เหตุไฉนไยเธอจึงมารักเรา จึงตอบอย่างโง่ที่สุด แต่เป็นจริงที่สุดคือไม่ทราบ"
พนิดาตอบมาว่า "ถ้างั้นขอให้ทราบ" แล้วเธอก็เอ่ยต่อไปด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้นว่า "เมียมีอยู่ด้วยกันเดี๋ยวนี้ถึง 4 คน ยังมาเกี้ยวเขาได้นะใจคอ...ฉันรักคุณเพราะฉันไม่รักตัวเองไงคะ"
อ่านคำเธอแล้วอยากกัดลิ้นตัวเองตายคาหนังสือเลยเชียว
"ฉันรักคุณเพราะฉันไม่รักตัวเอง"
นี่นะ! เจ็บจริงๆ
อันที่จริงเธอคงไม่ได้ใช้สมองคิดหรอก เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของหัวใจล้วนๆ "คนเราเลือกคนที่เราตกหลุมรักไม่ได้นี่นา" แม่นางเอกในหนังเรื่อง The Love Letter ของปีเตอร์ ชาน เคยพูดไว้อย่างนั้น
ด้วยเหตุฉะนี้ Love Affair ของยาขอบกับพนิดาจึงต้องหลบๆ ซ่อนๆ เจอหน้ากันก็ต้องซ่อนความในใจ ไม่สามารถคุยกันหรือควงคู่กันไปไหนอย่างเปิดเผยได้เหมือนคู่รักอื่นๆ
จดหมายเกือบทุกฉบับที่ทั้งสองเขียนถึงกัน จึงล้วนเอ่ยอิงถึงอุปสรรครักใหญ่หลวง แถมเป็นปัญหาโลกแตกทั้งสิ้น เรื่องลูกเมียของฝ่ายชายบ้างละ เรื่องสายตาของสังคมที่จับจ้องอยู่บ้างละ
ผู้หญิงสมัยนั้นลองมามีความรักผิดรูปรอยแบบนี้ ทั้งเธอยังเป็นสาวสวยสาวสังคมจ๋าอีกด้วย คงต้องเจอแรงกดดันสาหัสเอาการทีเดียว
จดหมายรักของเขา-เธอบางฉบับจึงรันทดท้อห่อเหี่ยว แต่ด้วยแรงรักล้นที่มีต่อกัน บางฉบับจึงฮึดขึ้นมาหวัง หวานๆ ไหวๆ ต่อกันอีกได้
คนอ่านน่ะสิ ซวยไป เพราะอ่านๆ ไปใจมันจะขาดเอาให้ได้
รักของเขา-เธอผิดศีลธรรมไหม ผู้ที่ได้อ่านทุกคนคงตอบได้พร้อมเพรียงว่าผิดแน่ ยิ่งฝ่ายชายสัญญิงสัญญากับฝ่ายหญิงว่าจะเลิกร้างกับภรรยาเพื่อมาแต่งงานใหม่กับเธอ นั่นก็ยิ่งน่าตกใจ
แต่เมื่อเห็นความรักที่ทั้งสองแสดง่อกันในจดหมายเหล่านี้แล้วเชื่อว่าคนอ่านทั้งหลาย คงต้องเอาใจช่วยเชียร์ให้ทั้งคู่ได้สมรักสมหวังในรักนี้ให้ได้
ในการเอาใจช่วยเชียร์ จึงอาจจะมีคำพูดชวนตระหนกที่ว่า"ขอให้หย่าเมียไวๆ ขอให้ได้มาแต่งงานกับสาวเอ๊าะๆ" หลุดปะปนออกมาด้วยอย่างช่วยไม่ได้
ด้วยเหตุที่เป็นรักล่อแหลมต่อศีลธรรมอันดี ด้วยความอัดอั้นจากสายตาของสังคม คงด้วยอุปสรรคเหล่านี้เองจึงทำให้ความรักความปรารถนาทั้งหมดทั้งมวลที่ยาขอบกับพนิดามีต่อกัน จึงหลั่งไหลถ่ายเทจากก้นบึ้งใจ กลายเป็นตัวหนังสือในจดหมายรักลึกซึ้งจนหมดจดหมดใจ
...
เป็นถ้อยคำของความรู้สึกลึกซึ้ง มีพลังแรงล้น
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
...................................................................
แล้วก็เอาทิ้งตะกร้าเสียทีหนึ่ง นี่คือกระดาษที่บรรจุนวนิยายเรื่องสั้น
คุณค่ายังไม่เข้าถึงมาตรฐาน ที่สำนักพิมพ์นั้นปรารถนา"
...
"การปฏิบัติต่อกระดาษเหล่านี้เช่นนี้
เป็นเรื่องจำเป็นจำใจที่หนังสือพิมพ์ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เพราะถ้าไม่ทำดังนั้น
ภายในระยะสองสามปีสำนักพิมพ์ก็จะต้องหา
ไว้เป็นห้องเก็บต้นฉบับ
.........
"จากกระดาษที่ถูกโยนผลุงลงไปในตะกร้านี้เอง
ก็ทำให้หลับตาเห็นบุคคลจำพวกหนึ่ง
ซึ่งมีแทรกแซงอยู่ทั่วทุกสารทิศ
ไม่ว่าจะเป็นเหนือหรือใต้ของเมืองไทย
ไม่ว่าจะหนาวจัดหรือร้อนจัดเกินไป
ไม่ว่าจะดึกดื่นค่อนคืน
และจะเป็นจังหวัดที่มีไฟฟ้าอำนวยความสว่างให้หรือไม่ก็ตาม
แต่บุคคลเหล่านี้ก็ยังหลังขดหลังแข็งฝักใฝ่อยู่กับสิ่งที่ตัวรัก
โดยมิได้คำนึงความร้อนหนาวเกินไป
หรือความขมุกขมัวประการใดเลย"
......
"บุคคลประเภทนี้นั่งหลังขดหลังแข็งจดจ่ออยู่กับสิ่งเดียว
คือการประดิษฐ์คิดร้อยกรองตัวอักษรให้ออกมาเป็นเรื่องเป็นราว
แล้วก็หวังไปฝันไปว่าเรื่องราวที่ตัวประดิษฐ์คิดแต่งขึ้นนั้น
คงจะสบอัธยาศัยของผู้ที่ได้อ่าน
ซึ่งโดยลักษณะการนั้นเขาก็ย่อมจะได้รับความชื่นใจ
มาเป็นเครื่องบำรุงหัวใจของตนเอง"
....
"ข้าพเจ้าหลับตาเห็นความหมั่นหมาย
ของเจ้าของกระดาษที่ถูกทิ้งตะกร้าว่าเป็นอย่างนี้
เพราะฉะนั้นทุกคราวที่เห็นกองกระดาษเหล่านี้
ถูกกวาดลงไปสู่ตะกร้า
จึงสุดแสนที่จะเจ็บปวดในใจแทน"
...
"ด้วยประการฉะนี้ ข้าพเจ้าซึ่งเป็นคนเลว
ในเรื่องขี้เกียจเขียนจดหมายติดต่อกับใครๆ ในทางกิจการอย่างที่สุด
ก็จำต้องทรมานความรู้สึกของตัวเอง
นั่งลงตอบจดหมายของผู้ที่รักและริเริ่มการประพันธ์
ซึ่งถามไถ่ถึงการแต่งหนังสืออยู่เนืองๆ"
....
"จนกล่าวได้ว่าบัดนี้ข้าพเจ้าได้ตอบจดหมาย
ของมิตรที่ไม่รู้จักหน้าจำพวกนี้ไปแล้วไม่น้อยกว่า 500 ฉบับ
การนั่งหลังขดหลังแข็งเพื่อทำสิ่งที่ส่งไปให้เขาโยนลงตะกร้า
ก็เป็นไม้เรียวของความอำมหิต
ที่โลกได้ให้แก่ผู้รักและริเป็นนักประพันธ์อยู่แล้ว
ข้าพเจ้าไม่อาจระงับความเห็นอกเห็นใจบุคคลจำพวกนี้
จึงต้องตอบจดหมายไปปลุกปลอบ
และบางทีก็แนะนำไปตามทีตามเกิด"
...
"ก็จดหมายที่เขียนเพื่อการปลุกปลอบมิให้คนท้อแท้เสียกำลังใจนั้น
จะเขียนกันบรรทัดสองบรรทัดได้เมื่อไรเล่า
และทั้งที่ต้องเขียนยาวอยู่แล้ว
แต่จะให้เขียนยาวจนจุใจความ
ที่อยากแนะนำเป็นแต่ละรายบุคคลนั้นย่อมเหลือวิสัย"
...
"จึงมีทางเลือกเดียวก็แต่เขียนถึงสิ่งที่ตนสำคัญว่า
จะมีประโยชน์ออกไปให้แพร่หลายเสียในคราวเดียว
คือผ่านการเป็นตัวพิมพ์ออกมา
“สินในหมึก” จึงเกิดขึ้นดังนี้"
......
"การจดปากกาลงไปในสิ่งที่ตนเองพรั่นพรึงอย่างยิ่ง
แต่ก็ยังฝืนทำมันออกมา ก็เพราะความเห็นอกเห็นใจ
ในเพื่อนผู้มารักศิลปะอันเดียวกันดังนี้
และชะรอยเป็นกุศลที่วิชาชีพทางประพันธ์
จะคลี่คลายขยายตัวออกไปในแผ่นดินไทยเบื้องหน้าอย่างหนึ่ง
“สินในหมึก”ที่เขียนลงในประชามิตรด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึงนั้น
จวบจนบัดนี้ก็ยังมิได้ยินเสียงถุยน้ำลายใส่ข้าพเจ้าเลย สาธุ"
สินในหมึก
ภาค 1
1.
พนิดาของฉัน
คุณรู้ไหม ว่าการน้อยใจแล้วตีโพยตีพายของผู้หญิงน่ะ ฉันคุ้นเสียจนชอบแอบหัวเราะ แต่เจ้าสิ่งนี้เมื่อมาปรากฏที่คุณ ฉันมิได้หัวเราะเลย ได้สงบงันไปเพราะความตื่นเต้นและเต็มตื้นด้วยความปีติอย่างหาที่เปรียบมิได้ทีเดียว ความน้อยใจของพนิดาเป็น “บทเรียนด้วยของจริง” อันมีค่าสูงแก่ความรู้สึกของมนุษย์ผู้ชอบล้อโลกเป็นอันมาก
...
ทั้งการตีโพยตีพายนั้นเล่า ก็ชั่งเป็นการตีที่ถูกจุดอ่อนของฉันอย่างจังที่สุด เป็นการตีถูกชนิดที่ฉันไม่เคยถูกใครตีเช่นนั้นมาก่อนเลย อภินิหารของถ้อยคำนี่ชั่งมหัศจรรย์จริงหนอ สามารถทำให้หัวใจคนฉ่ำชื่นทั้งๆ กำลังถูกเชือดชำแหละอยู่ที่ตรงหัวใจนั้นเอง
ถูกอย่างที่คุณคิดแล้ว แม่ดวงจันทร์ในน้ำของฉัน ที่ว่าความเป็นผัวจริงจังของผู้ชายอย่างฉันก็คือความตายเข้าไปค่อนชีวิตของกุลสตรี ฉันรู้จักตัวฉันเองดีนัก และนี่ก็คือการตีถูกจังที่สุด จึงขอสนับสนุนการตีโพยตีพายประโยคนี้ด้วยความเห็นอกเห็นใจทีเดียว
แต่ถึงจะสนับสนุนในเชิงรับผิด ฉันก็ไม่ขออภัยในความผิดอันเป็นเหตุแห่งการตีโพยตีพายของคุณ ฉันจะทำอย่างไรให้กับการตกลงใจที่พอใจเสียแล้ว ฉันจะล้อโลกให้ถึงที่สุด เพื่อจะดูสิว่าตัวเองจะเป็นอย่างไร
และถ้าเสียท่าก็จะโยนความผิดพลาดในชั่วชีวิตนี้ให้แก่คำสาปของพรหม พนิดาจึงมีสิทธิ์ที่จะตีโพยตีพายได้ต่อไปตลอดกาลที่คุณยังมีความอดทน
ส่วนความน้อยเนื้อต่ำใจนั้น ยอดรักของฉันย่อมรู้ว่าฉันรับผิดชอบง่ายก็ต่อเมื่อฉันแน่ใจว่าตัวเองทำผิด เพราะฉะนั้นในกรณีซึ่งก่อให้พนิดาเกิดความน้อยใจนี้ มหาโจรใจอ่อนของคุณจะไม่ยอมรับผิดเป็นอันขาด
จริงอยู่แม้ว่าจะเคยฟังปรารภมาหลายครั้ง และทั้งในระยะนี้ก็ยังจะต้องรับว่ายิ่งได้ยินถี่เข้า แต่ฉันก็ไม่มีโอกาสได้รู้ถึงความประสงค์แท้จริงเบื้องหลังการพูดถึงบ่อยๆ ของคุณนั้นเลย
ขอให้พิจารณาอย่างยุติธรรมเถิด ฉันเดินมาแต่หนไหน หรือมีแว่นทิพย์อันใดอยู่ในมือเล่าจึงจะได้ลอดรู้เข้าไปถึงส่วนลึกแห่งห้องหัวใจของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเคราะห์กรรมดลเธอมิให้หยุดรักชายชั่วคนหนึ่งได้ แต่เธอก็สุดแสนจะเปิดหน้าออกมาสู้กับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางหยามหยันทั้งหลายได้
ดังนั้นความน้อยใจจึงบันดาลให้เธอระบายถ้อยคำที่มีชีวิตออกมาว่า “เลิกบ้าที่ไปนั่งหวังช่วยโจรใจเพชรให้เป็นคนดีเสียที ฉันจึงเกิดต้องการแรงกล้าที่จะแต่งงานกับการแต่งหนังสือ เพราะนี่เป็นสิ่งเดียวในโลกแท้ๆ ที่คุณมีให้ฉันระลึกถึงได้ โดยไม่ต้องนึกแช่งด่าตัวเองควบไปด้วย” อนิจจา ฉันไม่รู้เลยว่าระยะนี้ที่พนิดาเซ้าซี้ถึงเรื่องนี้ยิ่งขึ้น ก็ด้วยได้กำหนดความปรารถนาไว้เช่นนี้เอง
นี่ฉันทำบาปใหญ่ไว้กับดวงใจเยาวมิตรที่ดีที่สุดในชีวิตและมีวิธีเดียวที่จะลดบาปอันนี้ได้ ก็ด้วยต้องพูดในเรื่องที่ฉันกระดากใจไม่อยากพูดฉะนั้นหรือ?
ฉันเกลียดทุกคนที่ถามฉันถึงหลักเกณฑ์วิธีแต่งหนังสือ แม้ว่าผู้ถามนั้นๆ จะน่าสนับสนุนเพราะเหตุมีใจมาจดจ่อในงานที่ฉันรักก็ตาม ฉันเกลียดเพราะข้อถามชนิดนี้เท่ากับต้อนให้ฉันออกไปยืนในที่ที่จะได้รับความอับอาย และได้ยินแต่เสียงถุยน้ำลาย
อาชีพของฉันคือการเขียนหนังสือ ชีวิตฉันแขวนอยู่กับการแต่งหนังสือ แต่ถ้าจะพูดถึงวิธีทำก็มีความอัดอั้นตันใจ ไม่ใช่ไม่มีวิธีทำ จะบอกว่าไม่มีนั้นไม่ได้ ขืนพูดเช่นนั้นตัวหนังสือที่ฉันเขียนไว้ก็จะลุกขึ้นมาเต้นปรักปรำว่าฉันเป็นคนโกหกกลางเมือง
วิธีและหลักเกณฑ์น่ะมี แต่ทีนี้กลัวว่าถ้าเทียบเคียงกับหลักเกณฑ์ของท่านผู้รู้ หลักซึ่งได้จากความไม่รู้หลักของฉันก็จะกลายเป็นฟองสบู่ไป
อันที่จริงหลักเกณฑ์ในการประพันธ์นั้นเห็นสาธยายกันไว้หลายต่อหลายรายแล้ว แต่ท่านนั้นๆ เป็นผู้รู้ทรงคุณวุฒิอันดีฝ่ายการหนังสือ ท่านจึงสามารถแยกแยะชั้นเชิงของการประพันธ์โดยลำดับหลักเกณฑ์ว่า อะไรก่อนอะไรหลังได้แม่นยำตามวิวัฒนาการแห่งวิชาอักษรศาสตร์
ส่วนฉันนั้นนอกเสียจากจะเรียกตัวเองว่าผู้รู้ในเชิงอักษรศาสตร์ไม่ได้แล้ว เพื่อความบริสุทธิ์แก่ใจแห่งตนก็ซ้ำจะต้องเน้นให้แน่ตระหนักลงไปอีกว่า ตนยังต่ำต้อยในวิชาการอันนี้อยู่จริงๆ
แต่ถ้าเผอิญจะมีสักสิ่งหนึ่งที่พอจะหนุนใจตนเองให้ถึงกับกล้าเขยิบขึ้นมาพูดเรื่องขีดๆ เขียน ๆ โดยทำนองแนะนำแก่ผู้ริเริ่มบ้างแล้ว เจ้าสิ่งนั้นก็ต้องเป็นความที่ตนเองได้ทำฝากไว้เป็นอย่างแปลกประหลาดอยู่บ้างสำหรับวงแคบแห่งการประพันธ์นวนิยายของเมืองไทย นับแต่อดีตมาจนปัจจุบัน
แต่ถึงแม้จะมีงานทำไว้แล้วสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ฉันก็ยังอดพรั่นพรึงเสียมิได้ เมื่อจะต้องชี้แจงถึงหลักเกณฑ์ที่กุศลได้บันดาลให้ตัวได้พบเห็นเอง
แต่ถึงจะหวาดหวั่นพรั่นพรึงเพียงไร บัดนี้ก็เข้าที่คับขัน จำต้องกัดฟันทำใจกล้าพูดถึงสิ่งที่ไม่เคยเต็มใจจะบอกเล่าแก่ใครออกไป เพราะยอดหญิงของฉันตัดรอนฉันแล้ว เขาจะแต่งงานกับการแต่งหนังสือ ฉันก็มีทางแต่จะพยายามทำหน้าชื่นอวยชัยให้พรเขา แล้วก็แอบเอาจูบลอบเหน็บหลังการแต่งหนังสือหรือขอเรียกว่ายอดรักคนใหม่ของเขาไป
โอ้ ผู้หญิงคนนี้จะใจแข็งสักเพียงไหนหนอ เขาจะระลึกถึงฉันบ้างไหมหนอ เมื่อหัวใจเขาได้ถูกจูบอยู่ทุกคราวที่มือเขาจับงานประพันธ์
ฉันจะปลุกปั้นพนิดาให้เป็นนักประพันธ์มีชื่อให้จนได้ จะพยายามทุกวิถีทางที่ฉันนึกว่าจะช่วยให้คุณบรรลุความสำเร็จในงานประเภทนี้ เพราะในความสำเร็จของพนิดานี้เอง ผู้ชายที่ถูกปักหน้าตราชื่อว่าเป็นโจรก็จะได้นอนหลับสนิทอยู่ในดวงหทัยของราชินีองค์หนึ่งแห่งโลกการประพันธ์เมืองไทย










































1%5B1%5D.jpg)
























40 comments:
ก่อนอื่น ขอชมและชื่นชม ปกหนังสือ ของสำนักฟรีฟอร์มทุกๆเล่ม ที่มีแต่ สวยมากกับสวยน้อย ไอ้ที่จะไม่สวยนั้นไม่เห็นมีเลย อีกทั้งยังมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะสำนักอีกด้วย
ขอให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป
แต่ในห้วงนี้ ขอให้รอบคอบ อย่าประมาท ยึดมั่นในความจริงจัง จริงใจ มานะ มุ่งมั่น อยู่อย่างเดิม อย่าเปลี่ยนแปลง
หาก 'ยาขอบ ' ล่วงรู้ด้วยญาณวิธีใดว่า มีคนคนหนึ่งรักงานของท่านมากมายขนาดฝันถึงในยามหลับและยามตื่นและยามหลับๆตื่นๆ ทั้งยังได้ทำสิ่งสำคัญอันเปรียบเสมือนเป็นการบูชาครู เคารพกตัญญูต่อผลงานของท่านเสมอมา ท่านคงจะปลาบปลื้มใจเป็นอันมาก ที่งานของท่านไม่มีวันตายไปจากบรรณพิภพ
เมื่อผมอ่าน ผู้ชนะสิบทิศแปดเล่ม จบใน 3 วัน ยังนึกเสียดายว่า นวนิยายอมตะเรื่องนี้ไม่ได้จบแบบบริบูรณ์ แต่มาบัดนี้ กลับคิดไปว่า การที่ท่านไม่ได้แต่งต่อจนจบ ทำให้นวนิยายเรื่องนี้ เท่และพิเศษ กว่าเรื่องอื่นๆทั้งหมด
รอที่จะซื้อหนังสือดีๆของที่นี่เพื่อตั้งใจอ่าน ทุกๆเล่มครับ
ปล.ชอบปก จดหมายรัก 'ปราย พันแสง พิมพ์ครั้งที่ 5 เป็นพิเศษ ชอบคอยาวและเส้นโค้งคาง โหนกคิ้วและริมฝีปากล่างเท่มากๆ ข้อมือใหญ่ไปหน่อย
ได้มาเมื่อไหร่ จะแอบเติมแหวนที่นิ้วเธอ
มารออ่านเอ็นทรี่นี่อยู่ค่ะ...
ฉวยโอกาสตอนลูกหลับ - -"
ไม่น่าเชื่อ เพราะวันก่อนยังนึกถึงจดหมายรักยาขอบฉบับถ่ายเอกสารที่เคยได้รับความอนุเคราะห์มาจากหนุ่ยเองจ้า
ถึงจะเป็นฉบับถ่ายเอกสารเข้าปกสันกระดูกงู..
แต่ก็รู้สึกว่าอ่านแล้วรู้สึกว่าหนังสือที่มีคุณค่าในตัวของมันเอง..รูปเล่มจะเป็นอย่างไรมันก็มีค่าเสมอ
พอมาอ่านวันนี้....รู้สึกดีใจและขอบคุณพี่ปรายและทีมงานของพี่นะคะ
อ่านแล้วรู้ซึ้งเลยว่าพออ่านแล้วน้ำตาไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตัวนี่มันเป็นยังไง
มันออกมาเองเพราะความอิ่มเอมใจ...
งานหนังสือปีนี้คงไปเข็นลูกช้อปหนังสือเพลินไปเลย ^^
ปล.ขอบคุณมากๆ นะคะพี่
ไปอ่านที่พี่มาตอบในเมนต์หน้าโน้นแล้วเหมือนแชตคุยกันยังไงไม่รู้..ฮ่าๆๆๆ
ขอบคุณมากค่ะพี่ที่ให้อะไรหลาย ๆ อย่างทุกครั้งแวะมา
หวัดดีครับ คุณปราย
อ่านที่เขียนแล้วดีใจ แต่ไม่แปลกใจ กับวิธีคิดของคุณปราย
เพราะเท่าที่ติดตามผลงาน มีโอกาสเจอคุณปรายครั้งสองครั้ง
รู้เลยครับว่าเปนคนที่มี...เขาเรียกอะไรดี อืม ใช้คำนี้ได้ไหม
ภูมิใจ(หรือทระนง-เปนคำชมนะครับ อย่าเข้าใจผิด)ในศักดิ์ศรี
ไม่ทำอะไรที่ ละอายต่อฟ้าดินแน่นอน (ว่าเข้าไปนั่น)
ดีจังเลยครับ ที่สนพ.ฟรีฟอร์มได้จัดพิมพ์งานของยาขอบ
ผมชอบงานเขียนและเท่าที่ติดตามประวัติของท่าน ก็ชอบ
วิถีของยาขอบมากทีเดียว
สมัยหนุ่มๆ ยังอยากจาเลียนแบบเรื่องการ
ดื่มของยาขอบเอาด้วยซ้ำ
แต่เปลี่ยนใจแล้วครับ
กลัวตัวหนักเพราะตับแข็ง
...
ขอบคุณคุณปรายและทีมงานมากนะครับ
จะอุดหนุ่น ให้กำลังใจ และบอกต่อเพื่อนๆ ให้ซื้อมากๆ
แม้ผมจะมีอยู่หลายเล่มแล้วก็ตาม
happy-go-lucky krab
Tum Jinta
สุดยอดของสุดยอดครับ
ขอให้ขายดีร้อนแรง ยอดพิมพ์ปรอทแตกเหมือเปลวแดดเดือนเมษานะครับพี่
เย้.... แล้วเจอกันคะพี่ จะไปอุดหนุนเหมือนเคย/okibuta
ก่อนหน้านี้ได้อ่าน จดหมายรักยาขอบ แว้บ ๆ ในหนังสือ จดหมายรัก ของคุณปราย
มาคราวนี้ จะได้อ่านแบบเต็ม ๆ แล้วใช่มั้ยคะ
ดีใจจังเล้ย~ ^^
เล่มนี้ ไม่พลาดแน่ ๆ ค่ะ
อ่อ แล้วก็เคยอ่าน รวมเรื่องสั้นอันเป็นที่รักของยาขอบ ที่อมรินทร์เอามารวมเล่มน่ะค่ะ
อ่านแล้ว ก็ยิ่งชอบนักเขียนท่านนี้มากขึ้น มากขึ้น
เลยจะกระซิบบอกคุณปรายว่า
ถ้าจะเอาผลงานอื่น ๆ ของยาขอบมาตีพิมพ์ใหม่อีก
เราเชียร์ & สนับสนุนเต็มที่เลยค่ะ
สุดๆ อะพี่ปราย เคยคิดว่า อยากจะวาดภาพปกให้ได้อย่างงี้ แต่ ยัง งง กับกติกา ว่าบางทีปออาจจะคิดอะไรสั้นๆ ไปหน่อยในเรื่องการประกวดภาพวาดอะพี่ (แต่เอาเหอะ ปอขอเอาเรื่องนี้มาบนนิ๊ดนึง) 55+ ภาพปกแนวมาก
ส่วนเรื่องยาขอบ ที่พี่ปรายชอบ นู๋ว่ามันเป็นจิตใจของพี่ไปแล้วล่ะ แต่อย่างน้อยก็ดีใจ ที่วันที่ 26 มร.ค - 6 เม.ย 52 จะได้เจอกับพี่ปรายหรือป่าวน๊า 555+ (จริง ๆ อยากเจอพี่ปรายนะไม่ได้อยากดูหนังสือ) เย้ยยย
อยากดูหนังสือด้วย
จริงๆ วันนี้มาพูดเรื่องส่วนตัวทั้งนั้นเลย ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยนิ 55+
รอบนี้ละปอจะอ่านหนังสือของพี่ปราย อย่างเดียวเลยนิ หายากจริงๆ
ต่างจังหวัดไม่เคยมีขายเล้ยยยยยยยยยย
เฮง ๆ รุ่งเรืองนะพี่น่ะ กริ้วววววววว
ขอบคุณครับที่เอากลับมาให้ชื่นชม และหวนกลับระลึกถึงวันเก่าๆที่ได้เปิดอ่าน (ดีแล้ว เล่มเก่าไปกับคนไหนจำไม่ได้ รักใครทีไรก็ให้แต่หนังสือที่เราชอบ หุหุ) คราวนี้มีหนังสือดีๆมาให้อ่านอีกแล้ว
สั้น ๆ ครับ เจอกันหน้าบูทอีกครั้งนะครับ คราวนี้คงไม่พลาด ขอชักรูปไว้หน่อยนะ
ปล.ดูเรื่อง the reader มารึยังครับ สมกับที่ได้ออสการ์
(รับคนช่วยขายหนังสือไหมครับ อิอิ เอาจริงนะนี้)
ไม่เคยอ่านงานเขียนของยาขอบเลย(เอ หรือว่าเคยอ่านแล้วไม่ได้ดูชื่อนักเขียนนะ) เห็นพี่'ปรายเขียนถึงแบบนี้แล้วอยากอ่านขึ้นมาทันทีเลยค่ะ
น่าเสียดายที่งานสัปดาห์หนังสือปีนี้อาจจะไม่ได้ไป
เอาไว้จะรอซื้อที่เชียงใหม่นะคะ ^^
ว่าแต่... จดหมายรัก ฉบับ 'ปราย พันแสง นี่เป็นเล่มเก่าที่เอามาพิมพ์ซ้ำใช่มั๊ยคะ??
เคยบอกใครคนหนึ่งไว้ว่า
ของขวัญวันพิเศษปีนี้ ของเป็น จดหมายรักยาขอบ
แต่สัก 2 ปีล่วงมาก็ยังหาไม่ได้
แต่ปีนี้รู้แล้วล่ะ ว่าจะหาเองได้จากที่ไหน
ขอบคุณนะคะที่ทำให้ไม่ต้องขวนขวายอีกต่อไป
เพราะเอื้อมคว้าได้ง่ายดังใจเเลยล่ะ
ปรกติแวะเข้ามาบล็กพี่ปรายทุกวัน
(เน้นว่า ทุกวัน ถึงแม้ไม่มีเอนทรี่ใหม่ คือเข้ามาดูคอมเม้นท์เพิ่มเติม เหมือนคนโรคจิต 555)
แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ตอบคอมเม้นท์เลยซักครั้ง
มาวันนี้ อดไม่ไหวแล้วค่ะ แค่เห็นหัวบล็กก็จะร้องกรี๊ดซะให้ได้
จดหมายรักยาขอบ!! จดหมายรักยาขอบ!! จดหมายรักยาขอบ!!
อ่ะ ถ้ายัง อิมเพคไม่พอ
จดหมายรักยาขอบ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เคยได้แต่อ่านหนังสือของชาวบ้าน กะจะจิ๊กอยู่ก็หลายหน ฮ่ะฮา
แสดงทีท่าจนเจ้าตัวเค้ากลัวเราจะจิ๊กจริงๆ
เลย ยก สินในหมึก ให้มาเล่มนึงเป็นการติดสินบน ห้ามจิ๊ก -_-
ได้มาเล่มนึง
ถึงกระนั้นก็ยัไงม่หนำใจ
เที่ยวเสาะหา จดหมายรักยาขอบ มานานหลายปี
แต่แล้วในที่สุด
ในที่สุด
โอ้ววววววววววววววววววววว
ไร้คำบรรยายค่ะ
มอบดาวให้สำนักพิพม์พรีฟอร์มไปเลยค่ะ เจ็ดสิบแปดล้านลูก!!
ขอบคุณมากเลยค่ะ ^^
มีเรื่องอยากเล่าให้ฟังอยู่เรื่องหนึ่งครับ
เมื่อหลายปีก่อน อ่านจดหมายรัก ของคุณปราย ครั้งที่ลงเป็นตอนๆ ในมติชน รู้สึกชอบมาก และก็ซื้อฉบับรวมเล่มเก็บไว้ จำได้ว่าซื้อไว้อีกเล่ม เตรียมจะให้ "ใครคนหนึ่ง" (แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าให้ เลยให้ไปกับอีกคนแทน)
และก็พยายามหาหนังสือเล่มอื่นๆ ที่คุณปรายกล่าวถึง
วันหนึ่งมีธุระไปต่างจังหวัด แล้วก็ไปเดินตลาดนัด เห็นร้านขายหนังสือวางกองๆ ก็ไปค้นๆ ดู ไม่น่าเชื่อ เจอ "จดหมายรักยาขอบ" ฉบับของ สนพ.ดอกหญ้า รีบตะครุบเลยครับ ยิ่งมาเจอในเว็บว่ามีอีกหลายคนอยากอ่านหนังสือเล่มนี้ รู้สึกภูมิใจนิดๆ ว่าผมได้เป็นเจ้าของด้วยความบังเอิญจริงๆ หรือจะเรียกได้ว่าพรหมลิขิตดีครับ : )
ปล.พอดีเห็นปกหนังสือใหม่แต่ 7 เล่มเอง ไม่ทราบอีกเรื่องคือเรื่องอะไรเหรอครับ
เห็นด้วยมากๆ เลยครับว่าถ้าจะทำอะไรควรพยายามทำให้ถูกต้องและถูกทางมากที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องหนังสือแต่ทุกๆ เรื่องเลยล่ะ เพื่อความสบายใจของทั้งตัวเองและคนรอบข้างด้วย
ไม่ใช่มักง่ายทำตามใจและความสะดวกจนชุ่นเคืองเดือดร้อนกันหมด
:) อยากอ่านจดหมายรักยาขอบมาตั้งนานแล้ว
ตั้งแต่อ่านเรื่องที่คุณ'ปรายเขียนถึง ใน จดหมายรัก น่ะค่ะ
เล่มนี้ ไม่มีพลาด งานหนังสือเจอกัน ^^
ฉันเองก็รักยาขอบ (ด้วย)
อยากรู้รายละเอียดหนังสือเรื่องสินในหมึกของยาขอบ กับเรื่องของออสการ์ ไวด์ อ่ะค่ะ
พอดีตอนนี้อยู่อังกฤษ ไม่ได้ไปซื้อเอง แต่จะบอกให้แฟนไปซื้อเอามาฝาก ^^
อยากอ่านไว ๆ จัง
น้ำรินอยากลงมือแปลเรื่องราวดี ๆ อย่าง ๆ จริง ๆ จังบ้างจัง เอาไว้แปลเสร็จเมื่อไหร่ เอาไปให้พี่ปรายดูบ้างได้มั้ยคะ
เคยอ่านจดหมายของ ยาขอบ
ที่มีอยู่ในเล่ม จดหมายรัก ของพี่ปรายน่ะค่ะ
แม้ว่าจะอ่านจบมานานมากแล้ว
แต่ประโยคที่ว่า "ฉันรักคุณเพราะฉันไม่รักตัวเอง"
ก็ยังคงติดแน่นอยู่ในความทรงจำ
นับตั้งแต่นั้นมาจนบัดนี้
น่าแปลกนะคะ
ตัวหนังสือที่เขียนไว้นานขนาดนั้น
กับโลกที่เปลี่ยนไปมากมายขนาดนี้
กลับยังสามารถทำปฏิกิริยากับหัวใจของเราได้อยู่
ท่าจะจริง ที่ว่าไม่ว่าเทคโนโลยีจะถูกพัฒนาไปมากแค่ไหน
แต่สำหรับเรื่องรักนั้น เรายังอยู่ที่เดิม
:)
ท้องฟ้าจะปกป้องเรา
คมมากค่ะ ที่น้องว่า "เรื่องรักนั้นเรายังอยู่ที่เดิม"
อยากจะเพิ่มเติมอีกนิดว่า นิสัยใจคอ อารมณ์ความรู้สึก ความอยากได้ใคร่มี อันเป็นความต้องการพื้นฐานชีวิตมนุษย์นั้น ยังอยู่ที่เดิม ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน
ส่วนยาขอบกับเรื่องรักนั้น ถ้าสมัยนี้จะมีสิ่งที่เปลี่ยนไปจากจดหมายยาขอบอยู่บ้าง ก็คงจะเป็นเรื่องมารยาทสุภาพบุรุษ หรือมารยาทสุภาพสตรี น่ะนะคะ อาจจะเป็นเพราะว่าผู้หญิงเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยรักเกียรติตัวเองก็ได้ สมัยนี้ผู้ชายก็เลยให้เกียรติผู้หญิงน้อยกว่าสมัยยาขอบเยอะ เวลาอ่านหนังสือยาขอบทีไร มันก็เลยมีอะไรบางอย่าง ที่ทำให้รู้สึกว่าความเป็นมนุษย์ในตัวเรามันถูกยกระดับขึ้นมาอีกสเต็ปหนึ่งเสมอ
น้ำริน ลองส่งตัวอย่างงานแปลของตัวเองมาที่ฟรีฟอร์มก็ได้ค่ะ
อีเมล์ฟรีฟอร์มนะคะ freeformthailand@hotmail.com
ตอนนี้เรายังมีงานอีกหลายชิ้น ที่ยังต้องการคนแปลเพิ่มค่ะ
ส่วนเรื่องรายละเอียดเนื้อหาในหนังสือของยาขอบ และออสการ์ ไวด์
เดี๋ยววันสองวันนี้ สำนักพิมพ์ฟรีฟอร์ม คงเอามาลงบล็อกของสำนักพิมพ์ค่ะ แล้วพี่จะแจ้งให้ทราบแถวนี้นะคะ อยากให้อ่านค่ะ นักเขียนทั้งสองท่านนี้ กับงานที่เลือกมาพิมพ์คราวนี้ บอกได้เลยว่าเป็นงานชิ้นสุดยอดของเขาจริงๆ ค่ะ พี่เลือกมาทำเองกับมือเลย อยากให้ได้ลองอ่านกันจริงๆ
bowrainbow
โอเคค่ะ ใช่เลย แบบนี้แหละ
แล้วเจอกันในงานสัปดาห์หนังสือนะคะ
kimja
อ่า คิม ไปอยู่ภูเก็ตเป็นไงบ้าง
เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเนี่ย :)
คุณเจมส์
แหม ตาไวจริงๆ ค่ะ จริงด้วยที่ลงไปไว้เจ็ดเล่ม ยังนึกอยู่เลยว่าคงไม่มีใครสังเกตหรอกมั้ง เพราะเล่มที่แปดนั้น ตอนนี้กำลังแข่งกันปิดงานอยู่ 2 เล่ม คือถ้าเล่มไหนเสร็จก่อน ก็จะเป็นเล่มที่ 8 ของเรา ส่วนอีกเล่มนั้นจะยกยอดไปออกในงานหนังสือคราวต่อไป ตอนนี้บอกได้แค่ว่าเป็นงานของนักเขียนหญิงสองท่านที่พี่ชอบอ่านงานของเธอค่ะ พี่เลยขอมาให้ฟรีฟอร์มจัดพิมพ์ เดี๋ยวหนังสือเสร็จส่งโรงพิมพ์เมื่อไหร่ พี่จะมาแจ้งข่าวไว้ที่นี่เหมือนเคยนะคะ ตอนนี้ปล่อยให้ลุ้นอีกนิด
อ้อ หนังสือจดหมายรักยาขอบนั้น
ไม่ว่าจะมีเวอร์ชั่นไหน ขอให้เก็บอย่างดีนะคะ
เพราะเท่าที่เราตรวจสอบจาการพิมพ์ของฟรีฟอร์มรอบนี้
แต่ละครั้งที่พิมพ์ จะมีรายละเอียดแตกต่างกันบางจุด
อย่างมีจดหมายบางฉบับ ลงสลับกันด้วยค่ะ
พิมพ์คราวนี้ บก.ของฟรีฟอร์มเค้าเลยมีการชำระ
มีการทำเชิงอรรถอธิบายไว้เพียบเลยค่ะ
หนังสือเลยออกช้ากว่ากำหนดไปตั้งหลายเดือน
จึงต้องมารวบออกพร้อมกันคราวนี้หมดเลยค่ะ
อยากอ่านของ กริฟฟินกับซาบีน แบบเต็ม ๆ ด้วยน่ะค่ะ
Freeform มีโครงการจะเอามาพิมพ์บ้างหรือเปล่าคะ?
เฟิร์น
แหม มอบดาวให้ตั้งเจ็ดสิบแปดล้านลูก เยอะจริงๆ
ดีใจด้วยจริงๆ ที่มีทั้งสินในหมึก และ จดหมายรักยาขอบ
เก็บเอาไว้ให้ดีเลยนะคะ
เอาไว้เป็นมรดกล้ำค่า ส่งต่อไปยังลูกหลานยังได้เลยค่ะ
mayoomi
น่ารักจริงๆ ค่ะ จะซื้อเป็นของขวัญด้วย
คนรับคงดีใจนะคะ
ฮันนี่
ใช่แล้วค่ะ "จดหมายรัก'ปราย พันแสง" เป็นเล่มเก่าเอามาพิมพ์ใหม่ ถ้าสนใจยาขอบ ลองอ่านในเล่มนี้ก่อนก็ได้ตค่ะ เพราะพี่คัดฉบับเด็ดๆ ของเค้ามาเขียนถึงมากพอสมควร ถ้าชอบ ค่อยมาหาฉบับจริงอ่านอีกทีก็ได้ เพราะพิมพ์ใหม่ออกมาอย่างนี้ คงหาอ่านไม่ลำบากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ละอองเพลิง
เดอะรีดเดอร์หรือคะ ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ
ที่ดูเนี่ย ก็เพราะอยากดูคนแสดงเป็นพระเอกตอนโตอย่างเดียวเลยค่ะ คนนี้ไม่ได้เลย ยังไงก็ต้องดู :)
เรื่องงานขายหนังสือ เดี๋ยวลองถามที่ฟรีฟอร์มให้นะคะ ว่าต้องการรับคนขายเพิ่มหรือเปล่า เพราะเท่าที่ทราบมา มีแต่สาวๆ นะ ที่จะมาขายหนังสือรอบนี้ เลยไม่รู้ว่าเค้าต้องการหนุ่มๆ หรือเปล่า ฮ่า
oporlesion
เรื่องวาดปกหนังสือ ถ้าสนใจก็อย่ารอช้าเลยค่ะ งงกติกาตรงไหนก็สอบถามมาที่ฟรีฟอร์มได้ ตอนนี้เราอยากได้มือเจ๋งๆ มาทำงานด้วยหลายๆ คน ก็เลยคิดการประกวดขึ้นมาค่ะ
เรื่องเจอกัน
ในงานสัปดาห์หนังสือคงได้เจอกันชัวร์ๆ ค่ะ แต่วันไหนบ้าง เดี๋ยวพี่แจ้งอีกทีละกันนะคะ เพราะคงไม่ได้ไปทุกวัน
mangomoment
แหม ดีใจจังค่ะ ได้เจอแฟนยาขอบอย่างนี้
อ่านงานเขาแล้วมันชื่นใจดีนะคะ
อ่านแล้วรู้สึกใจมันประณีตดีจังเลย
แล้วเจอกัน (ทางตัวหนังสือยาขอบ) นะคะ :)
okibuta
ไม่ต้องบอกก็รู้
ว่าเราคงได้เจอกันอีกแล้ว
จริงๆ เล่มไหนน้องมีแล้ว ก็ไม่ต้องซื้อเพื่อจะได้เจอกันหรอกนะจ๊ะ
ถึงไม่ซื้อหนังสือ แต่แค่แวะไปทักทายกันก็โอเคแล้วค่า
cat dog
แหมสำนวน ปรอทแตกเหมือนเปลวแดดเดือนเมษา
น่าจะมาเขียนหนังสือแข่งกับยาขอบบ้างนะเนี่ย
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรจ้า ขอให้จริงเถอะเน้อ
ฟรีฟอร์มจะได้มีปัญญาพิมพ์งานดีๆ ออกมาอีก ฮ่า
คุณ Tum
แหม เขียนถึงดิฉันดีจังเลยค่ะ
อาจจะไม่ดีเด่นชนะเลิศเสียขนาดนั้นหรอกนะคะ
แต่มีความพยายามไม่ทำอะไรที่ต้องอายฟ้าดินจริงๆค่ะ
ข้อนี้คอนเฟิร์ม
ดีใจที่รักงานยาขอบเหมือนกันนะคะ
เห็นไหม เขาบอกว่าที่คนเรามาเจอกันนั้น มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญจริงๆ นั่นแหละ แต่เราถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ด้วยรสนิยมการอ่านของเราเอง :)
nhoi
โอ้ สุดยอดจริงๆ เลยหน่อย เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า สมัยที่พี่เขียนเรื่องจดหมายรักลงนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์นั้น มีคนอ่านไปตามหา"จดหมายรักยาขอบ" มาอ่านกันเยอะ บางคนหาไม่ได้ ก็มีน้องหนุ่ย มาช่วยซีร็อกซ์หนังสือส่งไปให้ พี่ไม่เคยเจอใครที่ได้รับซีร็อกซ์เหล่านั้นอีกเลยนะ เพิ่งมาเจอหน่อยนี่แหละ แล้วไม่นึกมาก่อนว่าจะเป็นหน่อยด้วย ดีจังเลยยยยยยยยยย ดีจริงๆ
เอาไว้เจอกันงานสัปดาห์หนังสือ
พร้อมเจ้าตัวเล็กนะคะ
แหม พอจะได้เจอกันจริงๆ นึกๆ พี่ก็เขินแล้วนะเนี่ย ฮ่า
คุณนิรนาม
ข้อมือใหญ่ไปหน่อยหรือคะ
เดี๋ยวจะบอกคุณโลเล ทวีศักดิ์ ศรีทองดี คนวาดภาพปกให้นะคะ
แต่ข้อมือบางๆ เนี่ย ดิฉันว่าคงมีแต่ในวรรณคดีโบราณล่ะค่ะ
สมัยนี้ผู้หญิงต้องบึกบึนหน่อยค่ะ เพราะต้องต่อสู้กับอะไรเยอะกว่าสมัยก่อย ว่าเข้าไปนั่น
ดิฉันอ่านคอมเมนต์นี้ของคุณแล้วซึ้งจริงๆ ค่ะ
มีคนอ่านหนังสือแบบคุณเนี่ย นักเขียนทุกคนคงอยากได้แฟนหนังสือแบบนี้ล่ะค่ะ แล้วคุณกับงานเขียนของดิฉันเนี่ย มันกี่ปีมาแล้วนะคะ เกินสิบปีแล้วใช่ไหมเนี่ย :)
ต้องขอบคุณอย่างแรงๆ สำหรับมิตรจิตร มิตรใจ น้ำใจไมตรี ถ้อยคำดีๆ เตือนบ้าง ติบ้าง ชมบ้าง ดิฉันรับไว้ด้วยความซาบซึ้งใจทุกครั้ง
ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ ดิฉันเองก็หวั่นใจเหมือนกัน ว่าเราจะประคองตัวไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า ก็ไม่เคยประมาทเลยค่ะ ประมาทไม่ได้จริงๆ ต้องขอบคุณจากใจจริงสำหรับความห่วงใย
ดิฉันเพิ่งอ่านนวนิยาย The Picture of Dorian Gray ของออสการ์ ไวลด์ ที่ฟรีฟอร์มนำมาพิมพ์รอบนี้อีกรอบ ออสการ์ ไวลด์ บอกไว้ในเล่มนี้ว่า "การล้มละลายเพราะบทร้อยกรองหรือวรรณกรรมดีๆ นั้นเป็นเรื่องที่มีเกียรติ" ดิฉันอ่านแล้วยังแทบจะร้องลั่นออกมากลางดึกเลยล่ะว่า "ไม่อ๊าวววววววววว ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอาอย่างนั้น"
ไม่จำเป็นต้องร่ำรวยล้นฟ้า
ไม่จำเป็นต้องได้เป็นเจ้าของอาณาจักรสิ่งพิมพ์เมืองไทยหรอกค่ะ
เพราะนั่นไม่ใช่เป้าหมายชีวิตเลยแม้แต่น้อยนิด
ถ้าหนังสือของฟรีฟอร์มจะประสบความสำเร็จ หรือพอขายได้บ้าง
ดิฉันก็หวังแค่จะได้นำมาเป็นทุนในการพิมพ์งานดีๆ เล่มต่อไป--ก็เท่านั้นจริงๆ แต่ถึงจะหวังน้อยๆ แค่นั้น ก็ยังเป็นเรื่องยากสำหรับธุรกิจสิ่งพิมพ์ทุกวันนี้ค่ะ
ดิฉันก็ได้แต่หวังว่า ในประเทศเรานี้
คงจะมีนักอ่านดีๆ อย่างคุณ
และหลายๆ คนที่เข้ามาคุยกันในนี้อยู่บ้าง
ที่สนใจอ่านงานเรา ติดตามงานของเรา
และพอจะมองเห็นคุณค่าของหนังสือที่เราตั้งใจพิมพ์ออกมาบ้าง
และคนเหล่านี้ คงมีในจำนวนที่ไม่น่าใจหายจนเกินไปนักก็เท่านั้น
-- คงไม่ได้หวังมากไปใช่ไหมคะ :)
อ่า เพิ่งเห็นน้อง bowrainbow อีกรอบ
กริฟฟิน แอนด์ ซาบีน หรือคะ
พี่นะ เล็งมาหลายรอบแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจ
เพราะต้นทุนผลิตหนังสือมันแพงมากค่ะ
แล้วก็ไม่รู้ว่าจะมีคนซื้ออ่านสักเล่ม
เอาไว้ลองดูหนังสือของยาขอบทีเราพิมพ์รอบนี้ก่อนนะคะ
ถ้ายาขอบที่พิมพ์ออกมาแล้วมีคนอ่าน สำนักพิมพ์ไม่ขาดทุนเนี่ย
พี่อาจจะพอมีโอกาสลุ้นใหพิมพ์ กริฟฟิน ซาบีน ตามออกมาได้บ้างค่ะ
ขอบคุณที่ถามถึงหนังสือเล่มนี้นะจ๊ะ
ทำให้พี่ต้องนึกถึงคนที่ให้พี่มาอีกครั้งเหมือนกัน
หนังสือเล่มนี้เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดของชีวิตพี่ค่ะ
ถ้าได้มีโอกาสนำมาพิมพ์เป็นภาษาไทยจริงๆ
ชีวิตนี้คงไม่ต้องการอะไรแล้วล่ะค่ะ :)
ดีจังเลย รออ่านๆ มีจดหมายรักของยาขอบฉบับเก่ามาก ดีจัง จะได้อ่านเล่มกระดาษใหม่ๆ ด้วย สงสัยได้ซื้อของฟรีฟอร์มทุกเล่มนะเนี่ย
เพิ่งได้สินในหมึก+จดหมายรักในชีวิตจริง
มาจากร้านหนังสือเก่าเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่เอง
อุตส่าห์ค้นหามานานสุดท้ายก็พิมพ์ออกมาใหม่จนได้ T_T
แต่ยังไงก็จะซื้อเล่มที่พิมพ์ใหม่ทั้งสองเล่มล่ะครับ
จดหมายรัก :)ยังมีในครอบครองทั้งปกอ่อนปกแข็ง
สินในหมึก+จดหมายรักยาขอบ
ต้องขอฉบับพิมพ์ใหม่อีก 1 ชุด
ขอบคุณที่พิมพ์หนังสือดีๆออกมานะครับ
อย่าลืมงานของตัวเองล่ะครับ
ผมว่าอ่านแล้วทำน้ำหูน้ำตาไหลได้เหมือนกันเลยล่ะ
ปล.เมื่อวานเพิ่งได้หนังสือรวมเรื่องสั้น "เธอต้องการไม้ดอก"
ของ ยาขอบมา ยังไม่ได้อ่านเลยครับ มีเล่มไหนพอจะแนะนำบ้างครับ
จะลองไปหามาอ่านดู งานของยาขอบน่าอ่านจริงๆครับ
รอคอยที่จะซื้อด้วยใจจดจ่อค่ะ...
พอดีไอ้สิ่งที่ตั้งใจจะไปทำมันแท้งก่อนคลอดไปซะแล้วอ่ะครับ ตอนนี้เลยเคว้งๆ กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะอยู่นี่หรือกลับบ้านดี
ว่าแต่งานที่ส่งไป โอเค ทันการณ์รึเปล่าครับ ขอโทษจริงๆ ที่ส่งงานช้า
อ่า เกือบลืม มีเพื่อนคนนึงรออ่านจดหมายรักยาขอบด้วยใจจดจ่ออยู่ฮะ
อยากอ่านจังคะ เสียดายคนไกลไม่ได้อ่านง่ายๆ นี่เอาหนังสือ ความลับในความรัก ติดตัวมาด้วย เพื่อคลายความคิดถึง
(ไม่มีขายเป็นไฟล์ออนไลน์เหรอคะ อยากอ่านนนนน)
กลับไปเมื่อไหร่ จะจัดการให้เรียบ ฮืมๆ
แตงไทย
ขายเป็นไฟล์ออนไลน์หรือคะ
พูดน่าเห็นใจจริงๆ เลย
พี่เคยคิดเหมือนกันนะ ถ้าวันไหนฟรีฟอร์มไม่มีสตางค์พิมพ์หนังสือเป็นเล่มออกมาขาย ก็จะลองเอามาลงเว็บให้อ่านแบบเก็บสตางค์กันดู แต่พี่กลัวว่าจะไม่มีใครยอมเสียเงินอ่านนี่สินะ
เอ แตงไทอยู่ที่สวีเดนใช่ไหมจ๊ะ
หรือพี่จำผิด
จะถามว่าร้านหนังสือแถวนั้นเขาเป็นอย่างไรบ้าง
เห็นในบางประเทศ มีร้านขายหนังสือไทยเป็นกิจลักษณะเลยนิ
คิม
งานฟรีฟอร์มน่าจะโอเคนะ
อ่า โปรเจคท์แท้งไปเสียแล้วหรือ น่าเสียดายความตั้งใจนะ
วันไหนอยากกลับมาอยู่กรุงเทพเหมือนเดิม
ก็ติดต่อพี่มาบ้างนะ อาจจะมีงานให้ช่วยแหละ
wormearth
ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ
มีคนรออ่านแบบนี้ ฟรีฟอร์มสู้ตายแน่ค่ะ :)
daosook
แหม อยากรู้จริง หนังสือพี่เล่มไหนนะ
ที่ทำให้น้องน้ำหูน้ำตาไหล
หนังสือยาขอบมีเยอะมากค่ะ น้องเห็นเมื่อไหร่ รีบคว้ามาเป็นเจ้าของได้ทุกเล่มเลย เพราะน่าเก็บน่าสะสมทุกเล่มเลยค่ะ ดีมากดีน้อยต่างกันไป แต่ที่พี่ว่าสุดยอดของยาขอบ ก็ "จดหมายรักยาขอบ" กับ "สินในหมึก" แล้วก็ "ผู้ชนะสิบทิศ" นะคะ เล่มอื่นๆ ก็เป็นรองไปอีกนิด ที่พูดนี้จากใจจริงเลยค่ะ ไม่ใช่พูดแบบนี้เพราะว่าฟรีฟอร์มพิมพ์ขายหรอกนะคะ
"เธอต้องการไม้ดอก"พี่มีเหมือนกัน
ปกสวยมากๆ เลยเนอะ เท่สุดแล้ว :)
กาเกด
ขำนะเนี่ย กลายเป็นซื้อกันเองเสียแล้ว
เอาไว้ฟรีฟอร์มคงได้มีโอกาสพิมพ์งานเกดบ้างนะ
เนี่ยพี่ยังนึกอยู่
ขอให้ผ่านวิกฤติเศรษฐกิจช่วงนี้ก่อนนะ
จู่ๆก็ นึกอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง...
ไม่พิมพ์ " หวานปานน้ำผึ้ง" ใหม่ บ้างเหรอคะ :)
รอจดหมายรักยาขอบด้วยใจจดจ่อ ตอนแรกคิดว่าวางแผงแล้ว
ไปเดินหาซะหลายร้าน จนมีร้านนึงบอกว่า ยังไม่วาง จะวางช่วงมีนา งานหนังสือ
เรื่องของเรื่องคือ สัญญากับคนรักเอาไว้ว่าจะซื้อให้เค้าน่ะค่ะ
แต่ยังไม่ทันซื้อให้ คนรักก็กลายเป็นคนเคยรักซะแล้ว
ถึงอย่างนั้นก็ต้องไปซื้อมาให้เค้าให้ได้ จะรอนะคะ
หน้าปกถูกใจมาก ชอบงานของคุณโลเล
ปล สุขสันต์วันเกิดนะคะ เห็นในไฮไฟว์ว่าเกิดวันนี้ แวะมาอวยพรที่นี่ค่ะ
ได้อ่านเนื้อหาในจดหมายยาขอบแล้ว (วาจาช่างร้ายเหลือ ทั้งคนเขียน และคนเขียนตอบ) ขอบอกว่า อยากให้หาจดหมายรักของทุกท่านที่เอาไปเขียนใน love letter ไปพิมพ์แยกเล่มจัง
ขอให้มีความสุขมากๆครับ
อยากเป็นได้ครึ่งหนึ่งของยาขอบครับ
จะได้มีเมียสัก 2-3 คน
สวัสดีค่ะพี่ 'ปราย เพิ่งอ่าน "จดหมายรัก" จบในเดือนแห่งความรักที่ผ่าน แล้วอยากหา "คู่เขียนที่คู่ควร"มาดวลสำนวนรักเสียจริงๆ
......
และติดใจจดหมายรักยาขอบมากคะ
บอกกับตัวเองว่า สักวันฉันต้องได้อ่านจดหมายรักของยาขอบให้ได้ เพราะชอบใจในสำนวนอันร้ายกาจของยาขอบ ที่ซึ้งก็ซึ่งจนคนอ่านจะขาดใจตายให้ได้ในขณะนั้นเลยทีเดียว อย่างท่อนที่ว่า "ฉันคิดถึงคุณเพียงวันละสองครั้งคือตอนหลับกับตอนตื่น" เป็นคำธรรมดานำมาเรียงต่อกัน แต่ความหมายช่างบาดใจคนที่ได้ยินเสียจริงๆ.....
อีกไม่ถึงเดือนความอัดอั้นที่เก็บไว้ในอวัยวะก้อนเท่ากำปั้นข้างซ้ายก็จะได้ออกมาลั๊ลลาแล้ว...เย้
....
ขอบคุณพี่ 'ปรายมากค่ะ .....>>>PiLaLaA
PiLaLaA
อ่านที่เขียนบรรทัดท้ายๆ แล้วมีแอบลุ้นด้วยคน ว่าความอัดอั้นที่ว่า จะหลุดออกมาได้แบบไหน ---ขอให้สมหวังนะคะ ขอบคุณน้องค่ะ ที่แวะมาทักทายกัน
คุณนิรนาม
จะเอามาทำไมกันคะ ภรรยาถึงสองสามคน
ดิฉันว่า สามีหรือภรรยา เนี่ย
แค่คนเดียวก็แทบกะโหลกระเบิดแล้วนะคะ
ขอแนะนำละครเมียหลวงรอบที่สองร้อยห้าสิบ ทางช่อง 7 ค่ะ
มาเมื่อไหร่ก็โดนทุกที :)
ขอบคุณสำหรับความสุขค่ะ
ละอองเพลิง
จะรับคำแนะนำไปพิจารณานะคะ
ตอนนี้บางทีกายกับใจไม่ค่อยสัมพันธ์กันเลยค่ะ
มีเรื่องอยากทำเยอะ แต่เวลาช่างน้อยจริงๆ วันๆ เนี่ย
น้องบลาสต์
พี่ควรจะดีใจหรือเสียใจเนี่ย จะบอกว่ามอบให้เค้าไปเถอะนะ ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร ไม่ต้องเสียใจด้วยแหละ เพราะคนนั้นๆน่ะ ถึงเค้าจะไปเป็นแฟนคนอื่น เพราะเค้าก็ยังแคร์น้องอยู่มากเลย มากแบบที่น้องคิดไม่ถึงด้วยแหละ เชื่อพี่ :) ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะ
เฟิร์น
แหม เชียร์ใหญ่เลยนะ
เดี๋ยวลองชุดนี้ก่อนนะ ว่าไปรอดไหม
ถ้าเวิร์ค เล่มอื่นมาแน่ๆ ค่ะ
ขอเจ้าของเรื่องเค้าไว้แล้ว :)
ขอบคุณนะคะพี่ปราย เคยหยิบ แตะ จับ อ่านจดหมายรักของยาขอบ
มาหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่เคยสนใจอ่านจริงๆจังสักที
ดีใจที่นำมาพิมพ์อีกนะคะ ไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์ของความรักไม่ว่าผ่านไป
กี่ปี กี่ยุค ก็ยังคงความ classic ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นที่เดียวเชียว
ตอนนี้ตกที่นั่งเดียวกับคุณพนิดา คิดอยู่ว่าจะเอาตัวรอดมั้ย"" ฮึฮึ
ส่งกำลังใจให้ส่งผลงานดีๆออกมาเยอะๆนะคะ :)
ทะเลจันทร์
แรกเห็น หนังสือเล่มหนึ่ง ในตู้พ่อ สามก๊กฉบับวณิพกของ ยาขอบ " จูล่ง สุภาพบุรุษจากเสียงสาน "
ด้วยความสงสัยตามประสาเด็กว่า "เสียงสาน" มันเป็นยังไงหนอประกอบกับ น้องๆก็ยุให้อ่านเพื่อรอให้เล่าให้ฟังอีกที
อ่านไปๆสนุกมากๆและได้รู้ว่า..เสียงสานคือชื่อเมือง ไม่ใช่เสียงดนตรีหรือเสียงจากสวรรค์อะไรสักหน่อย จากนั้นก็ตามอ่านจนหมดทุกตอน สำหรับตอน" ยี่เองผู้เปลือยกายตีกลอง " ชอบชื่อมากๆ ความรู้สึกในวัยนั้นคิดว่าโคตรเท่เลย..ไอ้การแก้ผ้าตีกลองเนี่ย
โตขึ้นมาอีกหน่อย ก็ได้อ่าน รวมเรื่องสั้นของยาขอบ เป็นปกแข็งสีน้ำตาล 2 เล่ม "อยู่เพื่อความรัก" และ "รักกันอยู่ขอบฟ้า"
ขณะนี้เหลืออยู่เล่มเดียวคือ "อยู่เพื่อความรัก" อ่านไปก็งั้นๆแหละยังเด็กอยู่ ไม่ค่อยจะรู้ความ
มาชอบ ยาขอบ มากที่สุด ตอนอ่านผู้ชนะสิบทิศ ขณะนี้อยากรู้จังว่า ตอนที่ยาขอบเขียนจดหมายโต้ตอบกับพนิดา ยาขอบ เขียนผู้ชนะสิบทิศ ไปถึงช่วงไหน บทไหน
อ่านประวัติ ของ ยาขอบ แล้ว ขำตอนที่ บรรดาแม่ยกข้างพี่สาวตะเบงชะเวตี้ลิ้นดำ ไปโวย ก่อม็อบ หน้าโรงพิมพ์ ไม่ให้จัดงานแต่งกุสุมาพร้อมตะละแม่จันทรา ( คล้าย ๆใส่เสื้อ ดร.วิกันดา ปะทะ อรอินทร์ ) แต่ยุคนั้นไม่ค่อยมีใครต่อว่าจะเด็ดสักกี่คนสักกี่คำ ผิดกับ ดร.อนิรุธ บัดเดี๋ยวนี้ที่โดนยำเละเลย
ชอบความรู้สึกนี้มากๆ (โบยบินแล้วไม่หวนคืน...-(ขอยืมชื่อหนังสือหน่อยนะครับ)-)..ไม่ทราบว่า บุตรบุญธรรมของยาขอบจะเคยรู้สึกบ้างหรือเปล่า..แบบที่รู้สึกว่า.. ทำไมเป็นไปได้เช่นนี้หนอ..มันช่างอ่อนหวานอบอวลวนเวียนอยู่ในใจไปๆมาๆ... ก็เมื่อยามที่ได้ใส่เสื้อสีเดียวกับคนที่เรารัก จะรักเรามากเท่าที่เรารักหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป ...ความหวังและความฝันที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกันมากไปกว่านั้นมีมากกว่าอะไรทั้งหมด
ยาขอบรักพนิดามากที่สุดจริงหรือไม่ อันนี้ต้องขอรอพิสูจน์ด้วยตัวเองจากการอ่าน ช้าๆชัดๆอีกครั้งหนึ่ง และ จะมาเสนอความคิดเห็นกันต่อไป แต่ตอนนี้ผมขอเรียนว่า ขุนแผนรักนางพิมมากที่สุด จริงแท้และแน่นอน และ ยังรักอยู่ถึงเดี๋ยวนี้ 555+
อยากให้ พิมพ์ Lolita ฉบับภาษาไทย ของ นายตำรา ณ.เมืองใต้ คงจะได้ฮือฮากันน่าดูชมไปทั้งวงการ
ผมเชื่อนะครับว่า ความรักทำให้ คนเราบรรยายความงดงามของความรักและสิ่งที่รักออกมาได้อย่างที่เรียกว่าจากก้นบึ้งเลยทีเดียว แต่มีข้อแม้ว่า ยิ่งเจ็บมากรันทดมากเท่าไหร่ จะยิ่งหวานมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งมีบาดแผลก็จะยิ่งหวานแหลมเท่ากับความคมของพิษรักที่ได้รับ
ไม่เชื่อให้ลองไปรักใคร(มากๆ)ที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรคขวากหนาม(มากๆ)ดูเถิดครับ
" รักที่ไม่สมหวัง จะหวานยั่งยืนนานกว่าอย่างแน่นอนครับ ท่านผู้ชม"
พี่ ปราย,
ดี ใจจังเลย ที่เจอ บล็อค ของพี่
เพิ่ง เรียนจบ รอสมัครงานค่ะ
ได้กลับ มาอยู่บ้าน ว่างนานๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
รื้อหลังสือเก่าๆ มาอ่าน ก็เลยได้อ่าน
"จระเข้ ผึ้ง ตั๊กแตน โจดี้ ฟอสเตอร์ ผู้ชาย ผู้หญิง " อีกรอบ
ได้เรื่อง เลย คิดถึงงาน เขียนของพี่สุดๆ
เสริชหาจาก กูเกิ้ล จนเจอบล็อค ดีใจจังเลย ค่ะ ที่เจอ
"จดหมายรัก" ก็เป็นอีกเล่มที่ชอบ มากๆ ๆๆๆ ค่ะ
ดีใจที่ จะได้ซื้อในงานหนังสือ (^ ^)
เพราะว่า ตอนนั้นยืมจากร้านอ่าน จำได้ว่า ปลื้มมาก กก
จดข้อความ ที่ชอบ ไว้ในไดอารี่ เยอะแยะเลยค่ะ
เพ้อๆ จนอยากมี คู่เขียนที่คู่ควร กะเค้าบ้าง
(แต่จนตอนนี้ก็ยังหา ที่ใกล้เคียงไม่เจอเลยค่ะ เศร้าๆV.V)
ส่วน ยาขอบ นอกเหนือ จากที่แอบอ่านจดหมายรักในหนังสือของพี่แล้ว
ก็ยังไม่ เคยได้สัมผัส งานเขียนของเค้าเลย
เดี๋ยวจะเริ่มลองจาก สินในหมึก ดูก่อน ดีกว่า
ดูแลสุขภาพนะคะ
พี่ปรายคะ
ยังตาบวมอยู่... เพิ่งอ่าน จดหมายรักยาขอบ จบค่ะ อ่านรวดเดียว วางไม่ลง อ่านแบบละเลียด ทีละตัวอักษร ค่อยๆสัมผัสความรักที่ยาขอบมีให้พนิดา ทำเอาอกแทบระเบิดค่ะ :)
เป็นแฟนหนังสือพี่ปรายมาพักใหญ่ๆแล้วค่ะ เป็นพร้อมกับที่ได้รู้จัก ได้รู้สึกดี ได้รัก ใครคนนึง แต่เป็นความรู้สึกที่ต้องห้าม ทั้งเค้าและเราต่างรู้กันดีว่า ทางที่เราเดินไปคู่กันนั้น เป็นทางตัน ไม่มีแม้กระทั่งทางแยก ให้เลือกหนทางค่ะ มันเป็น dead end จริงๆ T_T
ขอบคุณเวลาที่เป็นตัวทำละลาย ให้ความรู้สึกมันค่อยๆจางไป และขอบคุณตัวเองที่ทำใจได้ เข้าใจได้ ยอมรับได้ และเผชิญหน้ากับชีวิตต่อไปได้ :)
ทำหนังสือดีๆออกมาให้เราอ่านต่อไปนะคะ โลกเรายังต้องการความรื่นรมย์จากตัวอักษรเหล่านั้นค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ^_^
--> P U I N O O N
ไม่ชอบปกของทั้งจดหมายรัก & จดหมายรักยาขอบเลย โดยส่วนตัว เห็นว่ารูปแบบไม่ค่อยจะเข้ากับเนื้อหา เสื้อผ้าก้อเป็นส่วนหนึ่งของความประทับใจนะคะ
แต่ยังไงก้อชอบหนังสือหลายๆเล่มของปราย พันแสงค่ะ
แสดงความคิดเห็น